Nation TV
สรรเพชญปั้นท่าเรือเชียงแสนฮับโลจิสติกส์ดันตู้สินค้าพุ่ง73%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
สรรเพชญ ลุยตรวจท่าเรือเชียงแสน ดันสู่ฮับโลจิสติกส์ลุ่มน้ำโขง รับอานิสงส์จีนไฟเขียวนำเข้าผลไม้ไทย ดันตู้สินค้าโตกระฉูดเฉียดเท่าตัว
Key facts
- 13 กรกฎาคม 2569 สรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อผลักดันสู่ ศูนย์กลางโลจิสติกส์ลุ่มน้ำโขง เชื่อมโยง เศรษฐกิจไทย -จีนตอนใต้ หลังพบสถิติปริมาณตู้สินค้าเติบโตก้าวกระโดดกว่าร้อยละ 73
- นายสรรเพชญ ได้ตรวจเยี่ยมท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน (ทชส.) พร้อมรับฟังผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรค โดยในปีงบประมาณ 2569 ท่าเรือเชียงแสนมีเรือเข้าใช้บริการรวม 2,737 เที่ยว มีปริมาณสินค้าผ่านท่า 195,574 ตัน
- ส่งผลให้ผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน มีการขนส่งผ่านตู้สินค้าทางแม่น้ำโขงโดยตรงมากขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพของเส้นทางขนส่งทางน้ำที่ช่วยเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ ลดต้นทุน และเปิดโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Summary
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและติดตามความคืบหน้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางน้ำ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อผลักดันท่าเรือเชียงแสน สู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ และประตูการค้าสำคัญของภาคเหนือ เชื่อมโยงการค้าระหว่างไทย จีน และประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยมี นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สส.เชียงราย นายแวรูสลัน มะสาลี ที่ปรึกษา รมช.คมนาคม นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขาฯ รมช.คมนาคม นายผดุงศักดิ์
13 กรกฎาคม 2569 สรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อผลักดันสู่ ศูนย์กลางโลจิสติกส์ลุ่มน้ำโขง เชื่อมโยง เศรษฐกิจไทย -จีนตอนใต้ หลังพบสถิติปริมาณตู้สินค้าเติบโตก้าวกระโดดกว่าร้อยละ 73 จากอานิสงส์การส่งออกทุเรียนและ ผลไม้ไทย ผ่านระบบ ขนส่งทางน้ำ ที่ช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ
ภายหลังการตรวจเยี่ยมท่าเรือทั้งสองแห่ง นายสรรเพชญ และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ ด่านศุลกากรเชียงของ พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปประสานและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับการอำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดน ลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค และเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศและเสริมศักยภาพเศรษฐกิจชายแดนให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป