← Back to KHAO
Matichon
อ.รัฐศาสตร์ รามฯ ชี้ เร็วเกินฟันธง เดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งสหรัฐ 2028 ถ้าแก้เงินเฟ้อ-สงครามไม่ได้ สุดท้ายโมเมนตัมส่อวิ่งกลับรีพับลิกัน
·4 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 8 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
สืบเนื่องกรณีผลการนับคะแนนเสียงเบื้องต้นของศึก เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตได้สร้างปรากฎการณ์ ‘คลื่นสีน้ำเงิน’ แผ่ปกคลุมกินพื้นที่สีแดงด้วยการทำคะแนนนำทิ้งห่างพรรครีพับลิกันในทั้งสองสภา ซึ่งล่าสุดพรรคเดโมแครตคว้าที่นั่งในซีเนตหรือวุฒิสภาไปแล้ว 54 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันตามอยู่ที่ 42 ที่นั่ง ขณะที่ในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ พรรคเดโมแครตมีที่นั่งนำอยู่ 219 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันมีอยู่ที่ 130 ที่นั่ง
Key facts
- สืบเนื่องกรณีผลการนับคะแนนเสียงเบื้องต้นของศึก เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตได้สร้างปรากฎการณ์ ‘คลื่นสีน้ำเงิน’
- เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน รศ.ดร.จักรี ไชยพินิจ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์ถึงผลดังกล่าวว่าขณะนี้ พูดได้เต็มปากว่า มันคือกระแสที่ได้ยินมาตลอดถึง ‘Blue (เดโมแครต) Wave’ ซึ่งคงปฏิเสธเป็นอื่นไปไม่ได้ว่า
- รศ.ดร.จักรี กล่าวต่อไปว่า สุดท้าย เรื่องที่ 5 ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ การเลือกตั้งในปี 2028 วันนี้คงพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เดโมแครตจะถืออำนาจในการกำหนดอะเจนด้าในการต่อรองกับทรัมป์ได้
- สรุปคือ มีแนวโน้มที่ 5 ประเด็นนี้ คือ การออกกฎหมาย การกำหนดร่างงบประมาณ เรื่องการสืบสวนสอบสวนรัฐบาล เรื่องการตั้งผู้พิพากษา และลากโยงไปถึงการเลือกตั้งในปี 2028 อาจจะเป็นข้อจำกัดของรีพับลิกันมากยิ่งขึ้น”
- รศ.ดร.จักรี กล่าวด้วยว่า มีประเด็นเพิ่มเติมมีอยากฝากไว้คือ ตอนนี้คนจำนวนมาก คิดไปแล้วว่า การเลือกตั้งปี 2028 พรรคเดโมแครตจะชนะ แต่ตนมองว่ายังเร็วเกินไป
Summary
สืบเนื่องกรณีผลการนับคะแนนเสียงเบื้องต้นของศึก เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตได้สร้างปรากฎการณ์ ‘คลื่นสีน้ำเงิน’ แผ่ปกคลุมกินพื้นที่สีแดงด้วยการทำคะแนนนำทิ้งห่างพรรครีพับลิกันในทั้งสองสภา ซึ่งล่าสุดพรรคเดโมแครตคว้าที่นั่งในซีเนตหรือวุฒิสภาไปแล้ว 54 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันตามอยู่ที่ 42 ที่นั่ง ขณะที่ในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ พรรคเดโมแครตมีที่นั่งนำอยู่ 219 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันมีอยู่ที่ 130 ที่นั่ง
“สิ่งสำคัญคือ เราคงต้องทำให้เกิดความชัดเจนก่อนว่า แม้ว่าผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ เดโมแครตจะชนะ ทั้ง ส.ส. และส.ว. ก็ตาม แต่เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงสมดุลระหว่างสภากับทรัมป์ ในขณะที่ทรัมป์ยังคงมีอำนาจอยู่ แต่สิ่งที่น่าสนใจมากคือ หลังจากนี้อย่างน้อยๆ 5 ประเด็นที่จะทำให้ทรัมป์ หรือรีพับลิกันทำงานลำบากมาก คือ เรื่องของการออกกฎหมาย เพราะถ้าไปดูสัดส่วนของเสียงคองเกรสเดิม รีพับลิกันได้เปรียบอยู่แล้ว แต่ถ้าสัดส่วนและผลการเลือกตั้งเป็นแบบที่เราเห็นอยู่ในตอนนี้
“ส่วน ประเด็นที่ 3 ที่ผมคิดว่า มีความสำคัญมาก คือ เรื่องของกลไกในการตรวจสอบ ถ่วงดุล ระหว่างคองเกรส กับรัฐบาล เพราะถ้ารีพับลิกันครองเสียงข้างมาก คองเกรสที่รีพับลิกันครองเสียงข้างมากจะเป็นตัวช่วยเซฟการทำงานของรัฐบาลโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่ถ้าสภาพหน้าตาของคองเกรสที่เดโมแครตค่อนข้างได้เปรียบแบบนี้ ก็อาจมีอำนาจในการสอบสวนหรือตั้งกระทู้ถามประธานาธิบดีได้ด้วย ฉะนั้นจะทำให้ทรัมป์ทำงานลำบากมากขึ้น ประเด็นที่ 4 ที่เป็นอีกประเด็นใหญ่คือ เรื่องการตั้งผู้พิพากษา ซึ่งถ้าเป็นคองเกรสแบบเดิม
รศ.ดร.จักรี กล่าวต่อไปว่า สุดท้าย เรื่องที่ 5 ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ การเลือกตั้งในปี 2028 วันนี้คงพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เดโมแครตจะถืออำนาจในการกำหนดอะเจนด้าในการต่อรองกับทรัมป์ได้