← Back to KHAO
Khaosod
ทรีนีตี้ชี้เดโมแครตคุม 2 สภาสหรัฐฯ กดดันหุ้นโลก แนะเลี่ยงลงทุน ชู REIT-โรงพยาบาล-พลังงานสะอาด
·3 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 8 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
บล.ทรีนีตี้ ประเมินผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ พลิกขั้วครั้งสำคัญ หลังพรรคเดโมแครตมีแนวโน้มครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา เพิ่มแรงกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากแนวโน้มใช้นโยบายการคลังเข้มงวด แนะหลีกเลี่ยงหุ้นสหรัฐฯ และ MSCI World ชูหุ้นปันผลสูง โรงพยาบาล และพลังงานสะอาด รับอานิสงส์ Bond Yield ขาลง
Key facts
- หุ้นที่มีลักษณะคล้ายพันธบัตร (Bond-like) อาทิ กลุ่มสาธารณูปโภค กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม Bond Yield ขาลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเมื่อเทียบกับพันธบัตรมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น โดยหุ้นเด่นประจำเดือน ได้แก่ EGCO และ 3BBIF
- บล.ทรีนีตี้ ประเมินผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ พลิกขั้วครั้งสำคัญ หลังพรรคเดโมแครตมีแนวโน้มครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา เพิ่มแรงกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากแนวโน้มใช้นโยบายการคลังเข้มงวด แนะหลีกเลี่ยงหุ้นสหรัฐฯ และ MSCI World ชูหุ้นปันผลสูง
- นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ผลการนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (Midterm Election) ล่าสุด พรรคเดโมแครตสามารถพลิกชนะการเลือกตั้ง (Flip)
- กลุ่มการแพทย์และโรงพยาบาล (Healthcare) เนื่องจากพรรคเดโมแครตมีอำนาจต่อรองในสภาคองเกรสเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการคัดค้านการปรับลดงบประมาณโครงการ Medicaid รวมถึงผลักดันการฟื้นฟูเงินอุดหนุนเบี้ยประกันสุขภาพภายใต้กฎหมาย Affordable Care Act (Obamacare) โดยหุ้นเด่น ได้แก่ BDMS และ BH
- กลุ่มพลังงานสะอาด (Green Energy) มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการที่พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มใช้เสียงในสภาคองเกรสเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับพลังงานสะอาดที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงคัดค้านการยกเลิกหรือปรับลดมาตรการสนับสนุนดังกล่าว
Summary
ได้แก่ เท็กซัส แคนซัส โอไฮโอ และไอโอวา ส่งผลให้มีแนวโน้มครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ขณะที่สภาผู้แทนราษฎร หรือสภาล่าง คาดว่าพรรคเดโมแครตจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นเป็น 255 เสียง ตามการประเมินของ NBC
สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นกรณีสุดโต่ง (Extreme Case) ที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงไว้อย่างเต็มที่ โดยมองว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยตรง เนื่องจากพรรคเดโมแครตจะมีบทบาทมากขึ้นในการจัดสรรงบประมาณและกำหนดนโยบายการคลัง โดยมีแนวโน้มดำเนินนโยบายอย่างรัดกุมมากขึ้น ส่งผลให้โอกาสในการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐและการออกมาตรการลดภาษีมีจำกัด
โดยหากสภาคองเกรสต้องการคัดค้านการใช้อำนาจยับยั้ง (Veto) จะต้องใช้เสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งสองสภา ซึ่งจากผลการนับคะแนนล่าสุด พรรคเดโมแครตยังมีจำนวนเสียงไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว