The Standard
ยศชนันชูปุ๋ยสั่งตัดแก้ต้นทุนเกษตรพุ่ง ลดพึ่งพาปุ๋ยเคมี เตรียมขยายผลเชียงราย 3 หมื่นไร่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
วันนี้ (2 พฤศจิกายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ปิยะรัชต์ ติยะไพรัชต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการ ‘ปุ๋ยสั่งตัด…เพื่อ(เกษตรกร)ไทย’
Key facts
- วันนี้ (2 พฤศจิกายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ปิยะรัชต์ ติยะไพรัชต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี
- ภายหลังพิธีเปิด ศ.ดร.ยศชนันและคณะได้ส่งมอบเครื่องจักรผสมปุ๋ยอัตโนมัติจำนวน 5 ชุด ให้กับสหกรณ์แม่ข่ายในจังหวัดอุดรธานี 5 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด, สหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี จำกัด,
- ศ.ดร.ยศชนันกล่าวว่า ปัจจุบันปุ๋ยที่นำเข้ามาในประเทศไทยมีราคาสูงขึ้น จึงได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะการนำแม่ปุ๋ยเข้ามาผลิตปุ๋ยให้เหมาะสมกับความต้องการของเกษตรกรแต่ละราย
- ศ.ดร.ยศชนันกล่าวอีกว่า ขณะนี้ผลการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม จึงนำไปสู่การขยายผลร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยสูตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง
Summary
เมื่อถามว่า โครงการดังกล่าวจะสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยและเกษตรกรอย่างไร ศ.ดร.ยศชนันกล่าวว่า ในช่วงที่เกิดปัญหาราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าปุ๋ย และทำให้เกษตรกรกังวลว่าต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
โดยมี ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ และ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) รายงานผลการดำเนินงาน
ภายในงานมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง วว. หน่วยงานในกำกับกระทรวง อว. กับ 4 หน่วยงานในสังกัดและกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกรมวิชาการเกษตร เพื่อขยายผลโครงการและถ่ายทอดเทคโนโลยีตั้งแต่การตรวจวิเคราะห์ดิน ไปจนถึงการใช้เครื่องมือผสมปุ๋ยให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่