Khaosod
ยศชนัน โชว์ความสำเร็จนำร่อง 5 เดือน “ปุ๋ยสั่งตัด เพื่อ(เกษตรกร)ไทย” หั่นค่าปุ๋ยเคมีแล้ว 50%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ยศชนัน โชว์ความสำเร็จนำร่อง 5 เดือน “ปุ๋ยสั่งตัด เพื่อ(เกษตรกร)ไทย” หั่นค่าปุ๋ยเคมีแล้ว 50%
Key facts
- ยศชนัน โชว์ความสำเร็จนำร่อง 5 เดือน “ปุ๋ยสั่งตัด เพื่อ(เกษตรกร)ไทย”
- วันที่ 2 พ.ย. 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และน.ส.ปิยะรัชต์ ติยะไพรัชต์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ จ.อุดรธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่
- ผลจากการปรับเปลี่ยนวิธีนี้ ช่วยให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้กว่าครึ่ง ยกตัวอย่างกลุ่มลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี 41 รายแรก ที่หันมาใช้ปุ๋ยสั่งตัดจำนวน 343 กระสอบ (17,150 กิโลกรัม) พบว่าสามารถประหยัดเงินค่าปุ๋ยเคมีไปได้ทันทีถึง 139,200 บาท
- 'อนุทิน' เปิดงานพืชสวนโลก อุดรธานี มั่นใจสร้างประโยชน์ให้ประเทศ
- 'จุลพันธ์' ให้โอวาท 'แรงงานไทย' เตรียมไปทำงานไปเกาหลี วอนอย่าหนีนายจ้าง
- หลังพิธีเปิด รองนายกฯ และคณะ ได้ส่งมอบเครื่องจักรผสมปุ๋ยอัตโนมัติให้กับสหกรณ์แม่ข่ายในอุดรธานีรวม 5 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด, สหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี จำกัด, สหกรณ์การเกษตรเมืองหนองหาน จำกัด,
Summary
จุดหมายสำคัญในการลงพื้นที่ครั้งนี้อยู่ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัด…เพื่อ(เกษตรกร)ไทย” โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ และ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นผู้กล่าวรายงานผลการดำเนินงาน
วันที่ 2 พ.ย. 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และน.ส.ปิยะรัชต์ ติยะไพรัชต์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ จ.อุดรธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ ซึ่งเป็นภารกิจก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย.นี้
สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป จะมุ่งขยายองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงสามารถผลิตปุ๋ยสูตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง เพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยที่ไม่จำเป็น และลดรายจ่ายด้านต้นทุนการเพาะปลูก