The Standard
คุยกับ VARITDA ถึง ‘Champagne Cherry’ อัลบั้มใหม่ในวันที่กล้าฉีกกรอบ และค่อยๆ ค้นพบรสชาติชีวิต [ADVERTORIAL]
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ถ้าเปรียบตัวเองเป็นอะไรสักอย่างในอัลบั้มใหม่ VARITDA เลือกเป็น ‘เชอร์รีในแก้วแชมเปญ’ ที่ค่อยๆ ซึมซับรสชาติจากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทั้งสุข เศร้า สมหวัง และผิดหวัง ที่หล่อหลอมให้เธอเป็นตัวเองในวันนี้
Key facts
- ‘Champagne Cherry’ คืออัลบั้มลำดับที่ 4 และการกลับมาทำอัลบั้มในรอบ 3 ปีของ VARITDA ศิลปินแจ๊สชาวไทยเจ้าของเสียงร้องชวนเคลิ้ม ครั้งนี้เธอขยับออกจากแนวเพลงแจ๊สที่ถนัด เปิดพื้นที่ให้กลิ่นอายป๊อปเข้ามาผสมมากขึ้น
- กลับมาปล่อยอัลบั้มในรอบ 3 ปี รู้สึกอย่างไร
- ถ้าเปรียบตัวเองเป็นอะไรสักอย่างในอัลบั้มใหม่ VARITDA เลือกเป็น ‘เชอร์รีในแก้วแชมเปญ’ ที่ค่อยๆ ซึมซับรสชาติจากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทั้งสุข เศร้า สมหวัง และผิดหวัง ที่หล่อหลอมให้เธอเป็นตัวเองในวันนี้
- ทำไมถึงเลือกแทนตัวเองเป็น ‘เชอร์รีในแก้วแชมเปญ’ แล้วเชอร์รีลูกนี้กำลังเล่าเรื่องอะไรผ่านอัลบั้ม
- ถ้าต้องเลือกหนึ่งเพลงให้คนฟังรู้จักตัวตนของคุณในวันนี้ จะเลือกเพลงไหน
- การทำงานกับทีมระดับโลกเริ่มต้นอย่างไร แล้วมีแวบหนึ่งไหมที่รู้สึกว่า ‘เราจะทำได้หรือเปล่า’
Summary
VARITDA: รู้สึกไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าจะมีอัลบั้มที่ 4 เกิดขึ้น เพราะจริงๆ มีจุดหนึ่งที่เกือบจะเลิกทำเพลงไปแล้ว จนมีคนมาจุดประกายให้เราอยากทำเพลงขึ้นมาใหม่ พอได้ลองทำเพลงแนวใหม่เอาความป๊อปมาใส่แจ๊สที่เราถนัด ผลตอบรับก็ดีขึ้น เข้าถึงกลุ่มคนฟังได้กว้างขึ้น เริ่มมีแฟนๆ ทักเข้ามาหา เราก็รู้สึกแฮปปี้มากๆ แล้วมันทำให้เราได้ทำต่อไปเรื่อยๆ จนครบเป็นอัลบั้มนี้
VARITDA: แค่รู้สึกว่าชีวิตคนเราอยู่กับที่ไม่ได้ ยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อ เมื่อก่อนเรามีกรอบค่อนข้างเยอะ รู้สึกว่าต้องทำเพลงแจ๊ส มีทั้งความกลัวและความกดดัน ตอนนั้นอาจยังไม่กล้าลอง เพราะกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีเท่าเดิม แต่พอเราเติบโตขึ้นจากข้างใน ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เรารักตัวเองมากขึ้น ชอบสิ่งที่ตัวเองเป็นมากขึ้น ก็เริ่มรู้สึกโอเคที่จะนำเสนอตัวเองในเวอร์ชันใหม่
VARITDA: เราเปรียบตัวเองเป็นเชอร์รีที่เพิ่งใส่ลงไปในแก้วแชมเปญ ตอนแรกอาจยังอ่อนต่อโลก ยังไม่ได้ซึมซับรสชาติอะไรมากนัก แต่พออยู่ในนั้นนานขึ้น ก็เหมือนได้ซึมซับเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิต จนค่อยๆ มีรสชาติมากขึ้น อัลบั้มนี้เลยเป็นเรื่องของความรัก ชีวิต และการเดินทางไปเจอเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งความเศร้า ความสุข ความผิดหวัง ความสำเร็จ และความเสียใจ ทุกอย่างหล่อหลอมให้เป็นเราในวันนี้ แต่ก็ยังจบแบบปลายเปิดว่า เราคงหาความหมายของชีวิตไม่เจอทั้งหมดหรอก เพราะฉะนั้นก็ยังต้องเดินทางตามหาต่อไป