← Back to KHAO

ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์วุ่น วิป 3 ฝ่ายวงแตกซ้ำ ยันซักฟอก 5 วัน บี้ปธ.ส่งเรื่องกลับรบ. หาวันใหม่

8 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 6 outlets. See llms.txt for citation guidance.

KHAO Verified

Matichon Weekly

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภาในการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดยมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล

Key facts

Summary

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภาในการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดยมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า นี่เป็นสิ่งที่เราเห็นถึงการทำงานของรัฐบาลที่เป็นระบบที่พยายามเข้ามาทำลายกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบ ตนย้ำว่าที่ผ่านมา เราได้มีการแจ้งไปตลอดว่าสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านเราให้ความสำคัญมากที่สุด เกี่ยวกับการทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ คือการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอให้ทั้งฝ่ายค้านทำหน้าที่เสนอข้อกล่าวหา และฝ่ายครม. ทำหน้าที่ชี้แจง

นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่วอล์คเอาท์จากการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่า ที่ประชุมไม่มีข้อสรุป และตนต้องย้ำว่าต้นตอของการพยายามลดต้นตอของปัญหา ในการพยายามหาทางออกเรื่องนี้ เริ่มมาจากทัศนคติของรัฐบาล ที่มองว่าสภาฯ เป็นสาขาของรัฐบาล ตนเช็คกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากเรามองภาพที่ใหญ่กว่า การหารือเรื่องดังกล่าว ตนเชื่อว่าทุกคนจะเห็นถึงความพยายามของรัฐบาล ในช่วงที่ไม่กี่วันที่ผ่านมาที่พยายามเข้ามาแทรกแซง และทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภาฯ มาโดยตลอด ซึ่งนอกจากเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราก็เห็นว่าที่ประชุมของประธานคณะกรรมาธิการ 35 คณะเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา แม้จะมีการตั้งธงว่ามีการพูดคุยเกี่ยวกับการแก้ปัญหา เรื่องความซ้ำซ้อน ของหัวข้อหรือประเด็นที่แต่ละคณะกรรมาธิการพิจารณา แต่ท้ายที่สุดก็มีความพยายามสอดไส้ และนำพาที่ประชุมไปสู่ข้อสรุป