← Back to KHAO

ค้าภายใน จับตา 17 สินค้าทุกวัน รับมือน้ำมันแพง-น้ำท่วม ยันยังไม่มีรายใดยื่นขึ้นราคา

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

วันที่ 22 ตุลาคม นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นรอบใหม่ จากปัญหาสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง และปัญหาน้ำท่วม ทำให้กรมปรับเพิ่มความเข้มข้มในการดูแลราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นทุกรายการ เนื่องจากน้ำมันมีสัดส่วนสูงถึง 40% ของต้นทุนในระบบขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้งสินค้าจำเป็นบางรายการ มีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาน้ำมัน และวัตถุดิบนำเข้า โดยกรมจะทยอยประชุมหารือเพื่อติดตามสถานการณ์ อาทิ ปุ๋ย

Key facts

Summary

วันที่ 22 ตุลาคม นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นรอบใหม่ จากปัญหาสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง และปัญหาน้ำท่วม ทำให้กรมปรับเพิ่มความเข้มข้มในการดูแลราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นทุกรายการ เนื่องจากน้ำมันมีสัดส่วนสูงถึง 40% ของต้นทุนในระบบขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้งสินค้าจำเป็นบางรายการ มีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาน้ำมัน และวัตถุดิบนำเข้า โดยกรมจะทยอยประชุมหารือเพื่อติดตามสถานการณ์ อาทิ ปุ๋ย

สำหรับเดือนตุลาคม 2569 กรมได้ปรับระดับความสำคัญในการดูแลสินค้าและบริการ จำนวน 242 ราย เพื่อติดตามเฝ้าระวัง และกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยแบ่งบัญชีติดตามสินค้าและบริการเป็น 3 ระดับคือ

1.กลุ่มสินค้า Sensitive List สินค้าที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ ต้องติดตามราคาและภาวะเป็นประจำทุกวัน รวม 17 รายการ ได้แก่ สุกรชำแหละ ไก่สด ไข่ไก่ ปุ๋ยเคมี อาหารสัตว์ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ข้าวสารบรรจุถุง อาหารกึ่งสำเร็จรูปบรรจุภาชนะผนึก อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท เหล็กเส้น เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เหล็กแผ่นเคลือบดีบุก เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม น้ำมันดีเซล นมสด และเม็ดพลาสติก

2.กลุ่ม Priority Watch List สินค้าที่ติดตามภาวะและสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวม 6 รายการ ได้แก่ อาหารปรุงสำเร็จ นมผง ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช เหล็กแผ่นรีดร้อน เครื่องดูดฝุ่น เครื่องฟอกอากาศ

Read full article at Matichon →