Matichon
‘อัครนันท์’ แจงสภา หลักสูตรใหม่เน้นสมรรถนะ รอประเมินผลปี 68-70 ก่อนเคาะใช้ทั่วประเทศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ วาระพิจารณากระทู้ถามทั่วไปของนายธีรศักดิ์ จิระตราชู สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรื่องความจริงจังของรัฐบาลต่อการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถามนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ โดยนายประเสริฐมอบหมายนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ตอบกระทู้แทน
Key facts
- เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ วาระพิจารณากระทู้ถามทั่วไปของนายธีรศักดิ์ จิระตราชู สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรื่องความจริงจังของรัฐบาลต่อการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถามนายประเสริฐ จันทรรวงทอง
- นายอัครนันท์ กล่าวว่า การปรับหลักสูตรเป็นการเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งเน้นมาตรฐานการเรียนรู้ไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-Based Education: CBE)
- นายอัครนันท์ กล่าวต่อว่า การกำหนดเวลาบังคับใช้ทั่วประเทศยังไม่มีข้อสรุป โดยต้องประเมินผลตลอดช่วงปีการศึกษา 2568–2570 ก่อนพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไป พร้อมพัฒนา Learning Progression เพื่อให้การเรียนรู้มีความต่อเนื่องระหว่างแต่ละช่วงชั้น
- ผลตอบรับเบื้องต้นพบว่าการจัดการเรียนรู้มีแนวโน้มเปลี่ยนจากการเน้นท่องจำไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงมากขึ้น ผู้เรียนมีความสุขและกล้าแสดงออก ขณะที่ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (RT)
Summary
นายอัครนันท์ กล่าวว่า การปรับหลักสูตรเป็นการเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งเน้นมาตรฐานการเรียนรู้ไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-Based Education: CBE) ที่ให้ความสำคัญกับการนำความรู้และทักษะไปใช้ในสถานการณ์จริง ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยมีคณะทำงานจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ โดยในปีการศึกษา 2568 เริ่มนำหลักสูตรไปใช้ใน 2 ระดับ ได้แก่ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2568 สำหรับเด็กอายุ 3–6 ปี และระดับประถมศึกษาตอนต้น
นายอัครนันท์ กล่าวต่อว่า การกำหนดเวลาบังคับใช้ทั่วประเทศยังไม่มีข้อสรุป โดยต้องประเมินผลตลอดช่วงปีการศึกษา 2568–2570 ก่อนพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไป พร้อมพัฒนา Learning Progression เพื่อให้การเรียนรู้มีความต่อเนื่องระหว่างแต่ละช่วงชั้น ด้านการสนับสนุนครู สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ระหว่างพัฒนาเครื่องมือช่วยลดภาระงานในการแปลงผลการประเมิน และส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาเครื่องมือประเมินผล
“ผลตอบรับเบื้องต้นพบว่าการจัดการเรียนรู้มีแนวโน้มเปลี่ยนจากการเน้นท่องจำไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงมากขึ้น ผู้เรียนมีความสุขและกล้าแสดงออก ขณะที่ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (RT) ในโรงเรียนนำร่องมีคะแนนเฉลี่ย 82.10 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศที่ 78.57 ทั้งนี้ สพฐ. มีแผนประเมินผลครั้งแรกให้สอดคล้องกับเป้าหมายของหลักสูตรในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569” นายอัครนันท์ กล่าว