Matichon
‘มาครง’ อัด ‘ทรัมป์-ผู้นำต่างชาติ’ งี่เง่า! ใช้เฟคนิวส์หาเสียง โยนบาปผู้อพยพ ต้นเหตุจลาจลปารีส
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เอ็มมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่า ผู้นำต่างชาติ ซึ่งรวมถึงผู้ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก กำลังฉวยโอกาสจากสถานการณ์ทางสังคมที่ตึงเครียดในฝรั่งเศส เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หลังเกิดเหตุความรุนแรงและการปล้นสะดมบนท้องถนนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
Key facts
- สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เอ็มมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่า ผู้นำต่างชาติ ซึ่งรวมถึงผู้ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก กำลังฉวยโอกาสจากสถานการณ์ทางสังคมที่ตึงเครียดในฝรั่งเศส
- การประท้วงเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ได้นำไปสู่เหตุจลาจลและการปล้นสะดมเป็นวงกว้าง กลายเป็นที่สนใจจากทั่วโลก และสร้างความตกตะลึงให้กับชาวฝรั่งเศสจำนวนมาก ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
- ซึ่งเคยประท้วงเรื่องราคาเชื้อเพลิงจนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับฝรั่งเศสมาแล้ว เมื่อปี 2018 และ 2019
- ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ฝรั่งเศสสามารถจัดหาน้ำมันดีเซลเพิ่มได้เกือบ 295,000 ตันต่อเดือน ซึ่งรวมถึงปริมาณที่ได้รับจากซาอุดีอาระเบีย โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 10 ของปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลรายเดือนของฝรั่งเศส ทั้งนี้
Summary
“เมื่อผมเห็นบรรดาผู้นำที่กำลังอยู่ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะในภูมิภาคนี้ หรืออีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งบางครั้งกลับนำเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยเอไอ มาเผยแพร่ต่ออย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือหยิบยกวาทกรรมที่บางกลุ่มพยายามปั่นกระแสเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสขึ้นมาพูด นั่นหมายความว่า พวกเขากำลังใช้ประเทศของเราเป็นเครื่องมือในการหาเสียงของตนเอง และเราไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น”
การประท้วงเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ได้นำไปสู่เหตุจลาจลและการปล้นสะดมเป็นวงกว้าง กลายเป็นที่สนใจจากทั่วโลก และสร้างความตกตะลึงให้กับชาวฝรั่งเศสจำนวนมาก ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ใช้เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส ปลุกระดมกลุ่มผู้สนับสนุนทางการเมืองของตน โดยกล่าวอ้างอย่างไม่มีหลักฐานว่า ผู้อพยพชาวมุสลิม เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความไม่สงบดังกล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้มาครง ปิดพรมแดนและควบคุมสถานการณ์ก่อนที่จะสายเกินไป
ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ฝรั่งเศสสามารถจัดหาน้ำมันดีเซลเพิ่มได้เกือบ 295,000 ตันต่อเดือน ซึ่งรวมถึงปริมาณที่ได้รับจากซาอุดีอาระเบีย โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 10 ของปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลรายเดือนของฝรั่งเศส ทั้งนี้ มาครงได้เดินทางต่อไปยังซาอุดีอาระเบียเพื่อพบกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย โดยสำนักงานของเขาระบุว่าเป็นการ “สานต่อความพยายามในการจัดหาและสร้างความหลากหลายให้กับแหล่งน้ำมันและก๊าซ”