← Back to KHAO

"ประท้วงก่อน แล้วค่อยเจรจา" เข้าใจวัฒนธรรมการชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส และเหตุบานปลายสู่การปล้นสะดม

12 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.

3 แหล่งข่าวยืนยัน

คำบรรยายภาพ, การประท้วงของกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในฝรั่งเศสที่เมืองแซงต์-เดอนีส์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2026

"ฉันคิดว่าในฝรั่งเศส แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้ออกมาชุมนุมก็ยังยึดถือหลักการของการชุมนุมประท้วง มันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมทางการเมือง" ดร.ซิลวี โอลีโทรต์ ผู้อำนวยการวิจัยจากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส (CNRS) และผู้เชี่ยวชาญด้านความรุนแรงและสันติวิธีในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ประจำมหาวิทยาลัยปารีสนองแตร์ กล่าวกับบีบีซีไทยถึงการชุมนุมประท้วงระลอกล่าสุดในฝรั่งเศส

Key facts

Summary

"บางคนอาจพูดว่ามีการชุมนุมประท้วงมากเกินไปแล้ว แต่จริง ๆ พวกเขาก็ยังไม่อยากให้การชุมนุมสูญหายไป เพราะนั่นหมายความว่าตัวพวกเขาเองก็จะไม่สามารถออกมาชุมนุมได้ในวันข้างหน้า หากมีความจำเป็น" ดร.โอลีโทรต์กล่าว แต่ก็บอกด้วยว่าเหตุการณ์การปล้นสะดมที่เกิดขึ้นระหว่างการประท้วงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างจากวิถีการชุมนุมที่เคยเป็นมาในประเทศประชาธิปไตยแห่งนี้

บทสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นหลังฝรั่งเศสเกิดเหตุการณ์ประท้วงยืดเยื้อกว่า 3 สัปดาห์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย นำโดยสหภาพนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (Union Syndicale Lycéenne - USL) ประท้วงในโรงเรียนทั่วประเทศเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อคุณภาพการศึกษาของรัฐ ก่อนการชุมนุมประท้วงมีการสมทบจากกลุ่มสมาพันธ์แรงงานทั่วไปแห่งฝรั่งเศส (General Confederation of Labour) ขยายไปสู่การเรียกร้องเกี่ยวกับนโยบายด้านอื่น ๆ รวมถึงปัญหาค่าครองชีพ การปรับขึ้นค่าจ้างและเงินบำนาญ

เธอกล่าวโดยเปรียบเทียบว่าในการขับเคลื่อนข้อเรียกร้องทางสังคม ประเทศแถบสแกนดิเนเวียหรือเยอรมนีจะเริ่มต้นจากการหารือระหว่างฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อพยายามแก้ปัญหาก่อน แล้วจึงจะมีการชุมนุมประท้วงเพื่อเพิ่มแรงกดดัน