Thansettakij
ศุลกากรลุยเปิดตรวจทุกตู้สินค้ากลุ่มเสี่ยง จับขยะพิษ 10.29 ล้านกิโลกรัม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรมศุลกากรยกระดับเปิดตรวจทางกายภาพทุกตู้สินค้ากลุ่มเสี่ยง หลังจับขยะพิษปีงบประมาณ 2569 รวม 10.29 ล้านกิโลกรัม ส่งกลับแล้ว 5.29 ล้านกิโลกรัม พร้อมเสนอห้ามนำเข้าเศษโลหะและเศษยาง
Key facts
- ขยายผลระยอง-ปราจีนบุรี อายัดสินค้าเพิ่มกว่า 300 ตัน
- สั่งเปิดตรวจทางกายภาพทุกตู้ ไม่ใช้เอกซเรย์อย่างเดียว
- เสนอห้ามนำเข้าเศษโลหะ-เศษยาง คุมเข้มช่วงเปลี่ยนผ่าน
- ข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2569 พบว่า ไทยนำเข้าเศษเหล็ก เศษอะลูมิเนียม และเศษทองแดงรวม 2.76 ล้านตัน หรือเฉลี่ยประมาณ 14,600 ตู้ต่อเดือน การเปิดตรวจทุกตู้จึงเป็นภารกิจที่ต้องใช้ทรัพยากรและกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก โดยที่ผ่านมา
- อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ 2569 กรมฯ จับกุมของเสียอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์รวม 10.29 ล้านกิโลกรัม และส่งกลับประเทศต้นทางแล้ว 5.29 ล้านกิโลกรัม ซึ่งขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.
- กรมศุลกากรยกระดับสกัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ หลังพบปมสินค้าต้องสงสัยในระยอง-ปราจีนบุรี สั่งเปิดตรวจทางกายภาพทุกตู้ที่สำแดงเป็นเศษโลหะและสินค้ากลุ่มเสี่ยง พร้อมเสนอห้ามนำเข้าเศษโลหะและเศษยาง เผยปีงบประมาณ 2569
Summary
ส่วนอีก 89 ตู้พบความผิด โดยส่งกลับประเทศต้นทางแล้ว 75 ตู้ และอยู่ระหว่างดำเนินคดี 14 ตู้ นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 ตู้ที่อยู่ระหว่างอายัดตรวจสอบ ทำให้มีตู้สินค้าที่ยังคงควบคุมไว้ ณ ท่าเรือแหลมฉบังรวม 18 ตู้
กรณีจังหวัดระยอง พบตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ที่ปรากฏในภาพข่าวเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าจำนวน 5 ตู้จากประเทศสเปน ซึ่งสำแดงเป็นเศษโลหะและออกจากท่าเรือแหลมฉบังแล้ว โดยขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของเสียตามอนุสัญญาบาเซลหรือไม่
หากพบการกระทำผิด กรมศุลกากรจะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมผลักดันให้ส่งสินค้ากลับประเทศต้นทาง โดยผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบย้อนหลังผู้นำเข้าที่มีความเสี่ยง