← Back to KHAO

รองปลัดมหาดไทยฝ่ายความมั่นคง ร่วมประชุมชี้แจงต่อกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ย้ำ 5 แนวทางบริหารจัดการชายแดนไทย - กัมพูชา ด้วยหลักสำคัญ “รักษาความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศควบคู่กับการดูแลความปลอดภัย สิทธิ และคุณภาพชีวิตของประชาชน”

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

วันนี้ (22 ต.ค.69) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 410 อาคารรัฐสภา ถ.สามเสน กรุงเทพฯ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เข้าร่วมชี้แจ

Key facts

Summary

นายอนุพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยตระหนักถึงความสำคัญของสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี จึงได้นำนโยบายและข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มุ่งเน้นการดำเนินงานตามหลักการ “พื้นที่ส่วนหลังต้องปลอดภัย และประชาชนต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง”

วันนี้ (22 ต.ค.69) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 410 อาคารรัฐสภา ถ.สามเสน กรุงเทพฯ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เข้าร่วมชี้แจงข้อมูลประกอบการพิจารณาศึกษาและติดตามสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ในการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายมณเฑียร สงฆ์ประชา

1. ขับเคลื่อนแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดยกรมการปกครองได้กำหนดแนวทางการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เพื่อสนับสนุนภารกิจของฝ่ายทหารและดูแลความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่ชุมชน อาทิ การเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัย การสนับสนุนการอพยพประชาชน การรักษาความสงบเรียบร้อยในศูนย์พักพิง ตลอดจนการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งการรักษาระบบการสื่อสาร และสายการบังคับบัญชาให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ทันทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

Read full article at สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ →