Krungthep Turakij
บอนด์ยีลด์ฝรั่งเศสทะลุ 5% แล้ว ครั้งแรกในรอบ 24 ปี กลางจลาจล-วิกฤติการเมือง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรฝรั่งเศสอายุ 10 ปี พุ่งทะลุ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 ท่ามกลางเหตุประท้วงรุนแรงและความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ นักลงทุนจับตารัฐบาลฝรั่งเศสเร่งลดขาดดุลงบประมาณ
Key facts
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนอ้างอิงของประเทศ พุ่งทะลุระดับ 5% แล้ว ในช่วงสั้นๆ ระหว่างการซื้อขายวันพุธนี้ (21 ต.ค.) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2002 ที่บอนด์ยีลด์ทะลุระดับดังกล่าว
- ปัจจุบันฝรั่งเศสอยู่ภายใต้กระบวนการกำกับดูแลประเทศที่ขาดดุลงบประมาณเกินเกณฑ์ของสหภาพยุโรป โดยอียูแนะนำให้รัฐบาลฝรั่งเศสลดการขาดดุลงบประมาณลงมาใกล้ระดับ 3% ของจีดีพี จากที่สูงถึงระดับ 5.1% ณ สิ้นปี 2025
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรฝรั่งเศสอายุ 10 ปี หรือ OAT พุ่งเหนือระดับ 5% ไปในช่วงสั้นๆ เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ตามเวลาประเทศไทย หลังจากนั้นล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 4.9794%
- ขณะนี้สมาชิกรัฐสภาฝรั่งเศสกำลังเจรจาร่างงบประมาณปี 2027 โดยนายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู ระบุว่า รัฐบาลตั้งเป้าปรับลดรายจ่ายจำนวน 5.4 หมื่นล้านยูโร
- มารีน เลอ เปน ผู้สมัครฝ่ายขวาซึ่งกำลังมีคะแนนนิยมนำในการเลือกตั้ง กล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ว่า หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เธอสามารถลดการขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศสให้ต่ำกว่า 3% ของจีดีพีได้ภายใน 18 เดือน
Summary
การเจรจางบประมาณกลายเป็นต้นเหตุสำคัญของความวุ่นวายทางการเมืองฝรั่งเศสในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการเจรจาเมื่อปีที่แล้ว เลอกอร์นูจึงใช้กลไกทางกฎหมายพิเศษผลักดันงบประมาณปีนี้ให้มีผลบังคับใช้ในเดือนก.พ. โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนอ้างอิงของประเทศ พุ่งทะลุระดับ 5% แล้ว ในช่วงสั้นๆ ระหว่างการซื้อขายวันพุธนี้ (21 ต.ค.) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2002 ที่บอนด์ยีลด์ทะลุระดับดังกล่าว ท่ามกลางวิกฤติหลายด้านที่กำลังรุมเร้าพร้อมกัน
ตลาดการเงินกำลังเพิ่มแรงกดดันให้ฝรั่งเศสแก้ไขปัญหาการคลัง โดยนักลงทุนกังวลว่ารัฐสภาที่แตกแยกทางการเมืองจะไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับมาตรการลดรายจ่ายที่จำเป็นต่อการควบคุมการขาดดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น