Matichon
ไทยเจ้าภาพโอลิมปิกการเงิน 2026 เสริมเป้าลงทุน30%ต่อจีดีพี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีที่รัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลกมาหารือทิศทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะประกาศศักยภาพและเชื่อมต่อกับเครือข่ายการค้าและการลงทุนระดับนานาชาติ
Key facts
- การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีที่รัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง
- ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 35 ปีที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ หลังเคยจัดมาแล้วในปี 2534 และไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมนี้ถึง 2 ครั้ง ร่วมกับตุรกีและญี่ปุ่น
- ไทยจะต่อยอดความร่วมมือจากเวที IMF-WBG ไปสู่การประชุมรัฐมนตรีคลังเอเปค (APEC) ที่ฮ่องกง และการประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2570
- ขณะเดียวกัน รัฐบาลและภาคเอกชนจะกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จร่วมกัน 3 ด้าน ได้แก่ เพิ่มศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Potential Growth) ให้สูงกว่า 3% เพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP จากปัจจุบันประมาณ 22% เป็น 30% และผลักดันให้ไทยติดอันดับ 20
- ในระดับภูมิภาค ไทยยังเตรียมผลักดันการค้าอาเซียน ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการค้าภายในภูมิภาคเพียง 22% เทียบกับสหภาพยุโรปที่มากกว่า 60% โดยเสนอให้ต่อยอดกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) เชื่อมโยงระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID)
- พจน์ยังระบุอีกว่า ไทยควรนำข้อเสนอการปฏิรูปเชิงโครงสร้างของธนาคารโลกมาขับเคลื่อน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 พร้อมยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
Summary
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 35 ปีที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ หลังเคยจัดมาแล้วในปี 2534 และไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมนี้ถึง 2 ครั้ง ร่วมกับตุรกีและญี่ปุ่น การกลับมาจัดงานอีกครั้งจึงเป็นทั้งการยืนยันความพร้อมของไทยในการรองรับการประชุมระดับโลก และโอกาสแสดงศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทาง การท่องเที่ยว การบริการ ตลอดจนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
ก่อนวันเริ่มงานคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 15,000 คน ก่อนที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะระบุว่า ในช่วง 2 วันแรกของการประชุม มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมจากต่างประเทศเกือบ 20,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการจัดประชุม สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีต่อการเป็นเจ้าภาพของไทย
เอกนิติระบุอีกว่า การบริโภคเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสร้างรายได้ในอนาคต ขณะที่การลงทุนช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและขีดความสามารถในการเติบโต จึงต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน พร้อมติดตามผลให้เกิดขึ้นจริง