Thai Post
คุมเข้มปัญหาหนี้! ‘คลัง–ธปท.’ เสนอวงเงินไม่เกิน 2 หมื่น ผ่อนสูงสุด 6 เดือน ดอกเบี้ย 15%ต่อปี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
รัฐบาลเดินหน้าป้องกันหนี้จาก “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” คลัง–ธปท. เสนอคุมวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นบาท ผ่อนสูงสุด 6 เดือน ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมไม่เกิน 15% ต่อปี เปิดรับฟังความเห็นถึง 15 พ.ย. นี้
Key facts
- 19 ต.ค.2569-น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือนและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินดิจิทัล โดยกระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับดูแลของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
- รัฐบาลปลื้ม! เวที IMF–World Bank 2026 พิสูจน์ศักยภาพไทย
- น.ส.ลลิดากล่าวว่า ร่างหลักเกณฑ์เสนอให้ผู้ใช้บริการมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป กำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระแต่ละรายการไม่เกิน 6 เดือน และกำหนดเพดานดอกเบี้ยรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 15% ต่อปี
- โวยลั่นตั้งธง 3 วัน หักคอ - ทำลายระบบตรวจสอบ ลุยจัดทัพขุนพลร่วมเชือด 'รมต.'
- รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ย้ำว่า ขณะนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังเป็นเพียงร่างที่เปิดรับฟังความคิดเห็น ยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย
- รัฐบาลเดินหน้าป้องกันหนี้จาก “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง”
Summary
19 ต.ค.2569-น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือนและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินดิจิทัล โดยกระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับดูแลของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์กำกับสินเชื่อ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง”
น.ส.ลลิดากล่าวว่า ร่างหลักเกณฑ์เสนอให้ผู้ใช้บริการมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป กำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระแต่ละรายการไม่เกิน 6 เดือน และกำหนดเพดานดอกเบี้ยรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 15% ต่อปี คำนวณแบบอัตราที่แท้จริง (Effective Rate) โดยรวมค่าธรรมเนียมและส่วนเพิ่มของราคาสินค้าที่เกิดจากการเลือกผ่อนชำระตามเงื่อนไขของร่าง เพื่อให้ประชาชนเห็นต้นทุนสินเชื่ออย่างครบถ้วน
“รัฐบาลต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวกและเป็นธรรม แต่ต้องรู้ต้นทุนและภาระหนี้ก่อนกดผ่อน เพราะแม้จะผ่อนครั้งละไม่มาก หากมีหลายรายการพร้อมกันก็อาจกลายเป็นภาระเกินกำลังได้ การกำกับดูแลครั้งนี้จึงมุ่งสร้างความโปร่งใสและป้องกันปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาว”