The Standard
‘เงินเทา’ ครองสัดส่วน 2% ของเงินทั้งโลก สาเหตุธปท.ดัน Bangkok Blueprint
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ดร.ดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH โดยระบุว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีการประเมินว่า เงินเทา เงินผิดกฎหมาย หรือเงินที่มาจากการหลอกหลวง มีขนาดราว 2% ของเงินทั้งระบบโลก พร้อมทั้งชี้ว่า หากเงินเทาเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในสิ่งที่มีประโยชน์ เช่น นำไปลงทุน หรือให้สถาบันการเงินปล่อยกู้กับ SME ที่มีศักยภาพ เงินเหล่านี้จะสร้างประโยชน์ได้เยอะ
Key facts
- ดร.ดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH โดยระบุว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีการประเมินว่า เงินเทา เงินผิดกฎหมาย หรือเงินที่มาจากการหลอกหลวง มีขนาดราว 2%
- ใน Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ระบุว่า องค์กร Global Anti-Scam Alliance (GASA) ได้ประมาณการมูลค่าความเสียหายจากการฉ้อโกงทั่วโลกไว้สูงถึงเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025
- นอกจากนี้ 0% จาก 165 เขตอำนาจรัฐ ที่ได้รับการประเมินโดย Financial Action Task Force (FATF) ระบุว่าการฉ้อโกงถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามหลักของการฟอกเงิน (Money Laundering Threat)
- เปิด! มูลค่าความเสียหายเงินที่ได้จากการฉ้อโกง-การฟอกเงิน ‘ระดับโลก’
- ‘ความเสียหาย’ กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ‘สูงกว่า’ ประเทศที่พัฒนาแล้ว
Summary
โดยอีกสาเหตุที่ไทยเลือกหยิบยกประเด็นนี้ เรื่องจาก ปัญหาสแกมเมอร์ 67% อยู่ในเอเชีย สะท้อนว่า เอเชียจัดการกับปัญหานี้มาก่อน และทำได้ดี ดังที่ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วิทัย รัตนากร ได้ยกตัวเลข ‘ความเสียหาย’ ในไทย เมื่อปี 2567 ขึ้นมา ซึ่งอยู่ที่ 43,000 ล้านบาททั้งปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 นี้ ความเสียหายได้ลดเหลือมาสู่ระดับ 9,000 ล้านบาท ดังนั้นจบปีอาจเหลือราว 20,000 ล้านบาทเท่านั้น หรือลดลงอย่างน้อย 50%
เปิด! มูลค่าความเสียหายเงินที่ได้จากการฉ้อโกง-การฟอกเงิน ‘ระดับโลก’
ผลการศึกษาระบุว่า ผลกระทบและความเสียหายจากสแกมคิดเป็นสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วมักเกิดความเสียหายเฉลี่ยต่อบุคคลในมูลค่าที่สูงกว่า