Kaohoon
“เอเซีย พลัส” ชู SET แกร่งสวนโลก รับวิกฤตพลังงาน จับตา iPhone Duo-MSCI ลดชั้นอินโด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวและปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออกที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยเดือนตุลาคมปรับตัวสูงขึ้นถึง +56% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทย (SET Index) สามารถสร้างผลตอบแทนโดดเด่นในระดับ +24.9% จากต้นปีถึงปัจจุบัน โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้วทั่วโลก
Key facts
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวและปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออกที่ยืดเยื้อ
- อย่างถล่มทลาย หลังเปิดจองล่วงหน้าเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ยอดจองเต็มโควต้าสำหรับวันวางจำหน่ายวันแรกภายในเวลาไม่กี่นาที โดยรุ่นสียอดนิยมอย่าง Star White ถูกขยับระยะเวลาส่งมอบไปถึงช่วงเดือนมกราคม 2570 ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการไตรมาสที่ 4
- นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีลุ้นรับเม็ดเงินฟันด์โฟลว์ส้มหล่น หลัง MSCI อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นกรณีอาจปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียออกจาก Emerging Market (EM) ไปสู่ Standalone Market ภายในเดือนมิถุนายน 2027 จากปัญหาความโปร่งใส
- BEM: ลุ้นเซ็นสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้อย่างเป็นทางการ พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2569 ทำจุดสูงสุด (Peak) ของปีนี้ (แนวรับ 6.30 บาท / แนวต้าน 6.55 บาท / จุดตัดขาดทุน 6.20 บาท)
- มรสุมเงินเฟ้อตึงตัว กระแส iPhone Duo และโอกาสในกลุ่ม Defense ในมิติเศรษฐกิจมหภาคและการลงทุนต่างประเทศ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงร้อนแรง หลังกลุ่มฮูตีเปิดฉากโจมตีแหล่งพลังงานในซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง
- AAPL80 : ยอด Pre-order iPhone Duo ล็อตแรกเต็มโควต้าภายในไม่กี่นาที หนุนแนวโน้มกำไรไตรมาส 4 เติบโตแกร่ง (แนวรับ 11.30 บาท / แนวต้าน 11.90 บาท / จุดตัดขาดทุน 10.80 บาท)
Summary
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวและปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออกที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยเดือนตุลาคมปรับตัวสูงขึ้นถึง +56% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทย (SET Index) สามารถสร้างผลตอบแทนโดดเด่นในระดับ +24.9% จากต้นปีถึงปัจจุบัน โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้วทั่วโลก
มรสุมเงินเฟ้อตึงตัว กระแส iPhone Duo และโอกาสในกลุ่ม Defense ในมิติเศรษฐกิจมหภาคและการลงทุนต่างประเทศ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงร้อนแรง หลังกลุ่มฮูตีเปิดฉากโจมตีแหล่งพลังงานในซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง ผสานการตอบโต้โครงสร้างพื้นฐานพลังงานระหว่างรัสเซียและยุโรป ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ในเดือนตุลาคม 2569 ทรงตัวในระดับสูงพุ่งขึ้น +56% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ผลักดันให้ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สหรัฐฯ เดือนกันยายนพุ่งขึ้นสู่ +6.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งเกินคาด สะท้อนจากยอดค้าปลีกที่ขยายตัว +0.9% จากเดือนก่อนหน้า และผู้ขอสวัสดิการว่างงานอยู่ที่ 199,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ งบดุลของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังปรับลดลงจากจุดสูงสุดราว 24% ซึ่งต่ำกว่าระดับปี 2022 สะท้อนการดูดสภาพคล่องออกจากระบบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำกัด Upside ของสินทรัพย์เสี่ยงในระยะกลาง สำหรับทิศทางนวัตกรรมและหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ Apple Inc. (DR: AAPL80) ได้รับกระแสตอบรับสมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้รุ่นแรกของบริษัท “iPhone Duo”
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีลุ้นรับเม็ดเงินฟันด์โฟลว์ส้มหล่น หลัง MSCI อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นกรณีอาจปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียออกจาก Emerging Market (EM) ไปสู่ Standalone Market ภายในเดือนมิถุนายน 2027 จากปัญหาความโปร่งใส ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง เม็ดเงินจากกองทุนอิงดัชนี MSCI EM จะถูกกระจายมายังประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม โดยประเทศไทยที่มีน้ำหนัก 0.9% ใน MSCI EM มีโอกาสได้รับเม็ดเงินไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหุ้น Big Cap สภาพคล่องสูง เช่น DELTA, ADVANC, PTT, GULF,