Komchadluek
"วีระพันธ์ ดีอ่อน" อดีตผู้ว่าฯ ปราจีน สับแหลก! พฤติกรรม "นายอำเภอบ้านสร้าง"
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
จากรณีมีการแชร์เอกสาร ลงนามโดย นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ส่งถึง อธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 30 ก.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นายวีระพันธ์ ดีอ่อน เกษียณอายุราชการ ให้ย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื
Key facts
- 8 ต.ค. 2569 นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ"
- ขณะเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่ ต่างบอกว่านายอำเภอบ้านสร้าง ทำงานดี เข้าถึงและช่วยเหลือชาวบ้านทุกครัวเรือน ที่กำลังประสบอุทกภัย นอกจากนี้บนโลกออนไลน์ ต่างส่งกำลังใจให้นายอำเภอบ้านสร้าง อย่างล้นหลาม และวิพากษณ์วิจารณ์อดีตผู้ว่าฯ
- นายวีระพันธ์ กล่าวอีกว่า การบริหารงานในฐานะผู้บังคับบัญชา ต้องบริหารงาน งบ ระบบ คน ตอนนี้ปัญของตัวนายอำเภอ ยังขาดภาวะผู้นำในการทำงาน รวมถึงการประสานงานกับเพื่อนร่วมงาน เขาอยู่มา 4 ปีแล้ว น่าจะทำงานได้ดีกว่านี้
- เหตุการณ์ที่ไม่ไหวจริงๆ คือช่วงน้ำท่วมหนัก อำเภอบ้านสร้าง เป็นอำเภอสุดท้ายพื้นที่รับน้ำ ใช้เวลาหลายวันกว่าน้ำจะมาถึง พอมาถึงจริงๆ ปรากฏว่าไม่เป็นเหมือนที่คิด นายอำเภอมัวทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ และมีปัญหาในการประสานงานกับทุกหน่วย
Summary
จากรณีมีการแชร์เอกสาร ลงนามโดย นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ส่งถึง อธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 30 ก.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นายวีระพันธ์ ดีอ่อน เกษียณอายุราชการ ให้ย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื้นที่ เนื่องจากไม่ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานระดับจังหวัดในการบริหารจัดการเหตุสาธารณภัย ส่งผลให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยของจังหวัดเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
8 ต.ค. 2569 นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ" โดยมี สรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นผู้ดำเนินรายการ ระบุว่า คิดจะเซ็นส่งตัวตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะที่ผ่านมานายอำเภอมีปัญหาในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้บังคับบัญชา
นายวีระพันธ์ กล่าวอีกว่า การบริหารงานในฐานะผู้บังคับบัญชา ต้องบริหารงาน งบ ระบบ คน ตอนนี้ปัญของตัวนายอำเภอ ยังขาดภาวะผู้นำในการทำงาน รวมถึงการประสานงานกับเพื่อนร่วมงาน เขาอยู่มา 4 ปีแล้ว น่าจะทำงานได้ดีกว่านี้ เขาต้องฟังผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัด จังหวัดส่งกำลัง อส. ไปช่วยอพยพชาวบ้าน พระท่านขอมา ถูกตะเพิดกลับออกมา เขาบอกว่าไม่ได้ร้องขอ ใช้ไม่ได้ อีโก้เกินไป และการประสานงานกับภาคเอกชน องค์กรต่างๆ ที่เข้าไปช่วยชาวบ้าน ก็ถูกปฏิเสธ และด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ฟังใคร