Komchadluek
อย่าเชื่อโซเชียล! "พลพีร์" เผยปมย้าย "นายอำเภอบ้านสร้าง" ยัน ไม่ใช่การเมือง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
8 ต.ค. 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีสั่งการย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ว่า จากที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่ ได้กระจายกันลงพื้นที่ประมาณ 5 จุด ก็ได้รับรายงาน จากรองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่อยู่ระหว่า
Key facts
- เมื่อมีคำสั่งของอธิบดีกรมการปกครอง ตนก็เพิ่งเห็นว่าอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ทำหนังสือมาตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนแล้ว ซึ่งเค้าโครงเรื่องก็เป็นในลักษณะเดียวกัน ในการตอบสนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา ซึ่งการเป็นผู้ปฏิบัติการ ทำโซเชียลมีเดียได้ดี
- นายพลพีร์ กล่าวว่า วันที่ตนไปลงพื้นที่ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รายงานสถานการณ์ ซึ่งเราได้ประสานงานทันที ทั้งเครื่องสูบน้ำ ยาอีกประมาณ 100,000 ชุด เรือท้องแบนติดเครื่อง ที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ส่งเข้าไป
- ฉะนั้นเรื่องราวมีทุกแบบ ความจริงเหรียญไม่ได้มีแค่ 2 ด้าน โดยอาจจะมีหลายมุม จึงอยู่ที่ว่าเราจะรับฟังอะไร แต่วันนี้เราจะไม่รับฟังผู้ว่าราชการจังหวัดก็คงไม่ได้ หรือรับฟังรองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดก็คงไม่ได้
- พร้อมย้ำว่าตนเป็นผู้รายงานนายกรัฐมนตรีเอง แต่ในวันที่รายงานนายกรัฐมนตรีคำสั่งออกมาแล้ว ดังนั้น นายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปสั่งอธิบดีกรมการปกครอง ให้ย้ายนายอำเภอแต่อย่างใด และหลังจากอธิบดีกรมการปกครองลงนามในหนังสือ
Summary
โดยตนได้เน้นย้ำเงินที่รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดมีอยู่ในมือก็ต้องใช้ เพื่อบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนมากที่สุด เพราะวันนี้บ้านสร้างหนักหน่วง และอาจจะต้องรับน้ำจากพื้นที่อื่นด้วย ดังนั้น เราต้องเร่งทำให้ประชาชนอุ่นใจมากที่สุด แม้จะอุ่นใจไม่ได้ เพราะน้ำยังสูงระดับครึ่งแข้ง แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งใจ เมื่อหัวหน้าส่วนราชการที่เป็นผู้บังคับบัญชาในพื้นที่เป็นแบบนั้น พอมีรักษาการมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมา ก็จะมีความคิดเห็นเป็นแบบนั้น ก็เป็นเรื่องที่ทำให้อธิบดีกรมการปกครอง
8 ต.ค. 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีสั่งการย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ว่า จากที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่ ได้กระจายกันลงพื้นที่ประมาณ 5 จุด ก็ได้รับรายงาน จากรองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่อยู่ระหว่างรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้นำท้องถิ่น ทุกคนก็รายงานเรื่องในอำเภอบ้านสร้างตรงกันหมด ซึ่งตนเป็นคนรายงานนายกรัฐมนตรีเอง ว่าได้รับรายงานจากจังหวัดมาในลักษณะนี้
พร้อมย้ำว่าตนเป็นผู้รายงานนายกรัฐมนตรีเอง แต่ในวันที่รายงานนายกรัฐมนตรีคำสั่งออกมาแล้ว ดังนั้น นายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปสั่งอธิบดีกรมการปกครอง ให้ย้ายนายอำเภอแต่อย่างใด และหลังจากอธิบดีกรมการปกครองลงนามในหนังสือ เราก็เพิ่งไปเห็นว่ามีจดหมายของผู้ว่าราชการจังหวัด แสดงว่าอธิบดีกรมการปกครองรู้อยู่แล้ว และท่านก็รอดู ว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัดรักษาการ จะมีข้อมูลแตกต่างกันหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มี จึงเป็นที่มาของการลงนามในหนังสือให้นายอำเภอออกจากพื้นที่ก่อน