S&P 500 · Kaohoon
“หุ้นโลก” คืนชีพ Krungthai CIO ชู AI ปั้นพอร์ต Barbell
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB (Krungthai Chief Investment Office : CIO) ระบุว่า Krungthai CIO ได้ ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดย ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.2% Nasdaq เพิ่มขึ้น 2.0% และ Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.3% จากสัปดาห์ก่อน สอดคล้องกับตลาดยุโรปและญี่ปุ่นที่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน แรงหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่ม Technology และ AI ที่มีแนวโน้มกำไรชัดเจน สะท้อนนักลงทุนยังเลือกลงทุนกลุ่มที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตชัดเจน
Key facts
- ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB (Krungthai Chief Investment Office : CIO) ระบุว่า Krungthai CIO ได้ ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดย ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.2% Nasdaq
- ด้านตลาดตราสารหนี้และสินค้าโภคภัณฑ์ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 0.164% (16.4 bps) อยู่ที่ 5.16% จากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและความเสี่ยงเงินเฟ้อ ขณะที่บอนด์ยีลด์ไทย อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น0.47% ( 4.7 bps) สู่ระดับ 2.35%
- ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายละเอียดข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน วันที่ 28 ก.ย. ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ทั้ง JOLTS Job Openings วันที่ 29 ก.ย. 69 ดัชนีเงินเฟ้อ PCE วันที่ 30 ก.ย. 69 และ Nonfarm Payrolls วันที่ 2 ต.ค. 69
Summary
ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายละเอียดข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน วันที่ 28 ก.ย. ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ทั้ง JOLTS Job Openings วันที่ 29 ก.ย. 69 ดัชนีเงินเฟ้อ PCE วันที่ 30 ก.ย. 69 และ Nonfarm Payrolls วันที่ 2 ต.ค. 69 เพื่อประเมินทิศทางเงินเฟ้อและแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ รวมถึงความคืบหน้าการเจรจาระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่าน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาน้ำมันและเงินเฟ้อโลก
ด้านตลาดตราสารหนี้และสินค้าโภคภัณฑ์ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 0.164% (16.4 bps) อยู่ที่ 5.16% จากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและความเสี่ยงเงินเฟ้อ ขณะที่บอนด์ยีลด์ไทย อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น0.47% ( 4.7 bps) สู่ระดับ 2.35% ตามทิศทางตลาดโลก ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent อยู่เหนือ 104.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความคาดหวังต่อการเจรจาในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาทองคำลดลง 2.1% มาอยู่ที่ประมาณ 4,284 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยถูกกดดันจากบอนด์ยีลด์ที่ปรับสูงขึ้นและดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า
สำหรับตราสารหนี้ แนะนำเน้นช่วงอายุสั้นถึงปานกลาง พร้อมใช้จังหวะราคารีบาวด์ทยอยล็อกกำไรในหุ้นญี่ปุ่นและ Thai REITs เพื่อสลับเข้าสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยงมากกว่า ขณะที่ทองคำยังเหมาะสำหรับกระจายความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงด้านการคลัง แม้ระยะสั้นยังถูกกดดันจาก Real Yield และดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจับตาแนวรับที่ 4,200–4,240 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และระดับ 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นจุดทบทวนมุมมองการลงทุนระยะกลาง หากราคาปรับตัวต่ำกว่าระดับดังกล่าว