← Back to KHAO
Prachachat
อนุทิน ย้ำพร้อมมือภาคยานยนต์ญี่ปุ่น เชื่อมั่นยังสนใจลงทุนไทย
·3 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 6 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ในญี่ปุ่น เชื่อมั่นญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญการลงทุนในประเทศไทย เน้นย้ำไทยพร้อมร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์-ปราบปรามสแกมเมอร์
Key facts
- นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ในญี่ปุ่น เชื่อมั่นญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญการลงทุนในประเทศไทย เน้นย้ำไทยพร้อมร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์-ปราบปรามสแกมเมอร์
- ภารกิจแรกในการเดินทางเยือน 3 ประเทศ คณะของนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 09.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือ
- นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงทุนของญี่ปุ่นอาจจะไม่เหมือนในสมัยก่อน ที่ประเทศไทยขาดดุลการค้ากับประเทศญี่ปุ่นนับหมื่นล้านบาท ตอนนี้เหลือประมาณ หกพันล้านบาท ขณะที่ญี่ปุ่นให้ความสําคัญเรื่องอุตสาหกรรมเกี่ยวกับพลังงานสะอาด
- พร้อมยกตัวอย่างกรณีอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนจากรถสันดาปมาเป็นรถ อีวี ซึ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ อีวี ก็มีคู่แข่งเพิ่มขึ้น อย่างเช่น จีน อย่างไรก็ตามจากการได้พบปะพูดคุยกับ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยก่อนหน้านี้
Summary
ทั้งนี้ ประเทศไทยและญี่ปุ่นถือเป็นมิตรประเทศระหว่างกัน ซึ่งแม้จะไม่มีการลงทุนมหาศาลเหมือนในอดีต หรือการลงทุนอาจจะชะลอตัวอยู่บ้าง แต่ก็อยากให้มองในภาพรวม ที่ในสมัยก่อน ที่ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาญี่ปุ่นหลายด้าน ในขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีการพัฒนา ลดการพึ่งพา เช่น วัตถุดิบ หลายๆ อย่าง ที่สามารถผลิตในประเทศไทยได้
ภารกิจแรกในการเดินทางเยือน 3 ประเทศ คณะของนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 09.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือ มอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนด้านการต่างประเทศ ทิศทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการบูรณาการทํางานร่วมกันของทีมประเทศไทย
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีความจริงจังในการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง ดั่งที่ญี่ปุ่นก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เห็นได้จากการทำธุรกรรมทางการเงิน ผิดปกติในขณะนี้ในประเทศไทยถือว่าเป็นไปได้ยาก และมาตรฐานการตรวจสอบการทําธุรกรรมผิดปกติในประเทศไทยก็ถือว่าได้มาตรฐานเป็นที่น่าเชื่อถือ รวมทั้ง จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทยนายกรัฐมนตรี ยังเชื่อมั่นว่าในความคุ้นเคยระหว่างกัน ญี่ปุ่น จะยังคงร่วมมือ และลงทุนในประเทศไทยต่อไป