← Back to KHAO
Matichon
อนุทินร่วมประชุมทีมไทยแลนด์ ยันทูตญี่ปุ่น ปัดข่าวย้ายฐานการผลิต พร้อมร่วมมือปราบสแกมเมอร์
·3 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 6 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
“นายกฯ” ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต มั่นใจยังลงทุนไทยต่อ ชู EV–พลังงานสะอาด จับมือปราบสแกมเมอร์–ย้ำทำธุรกรรมการเงินผิดกฎหมายในไทยทำได้ยาก ระบบตรวจสอบได้มาตรฐาน-น่าเชื่อถือ
Key facts
- ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต มั่นใจยังลงทุนไทยต่อ ชู EV–พลังงานสะอาด จับมือปราบสแกมเมอร์–ย้ำทำธุรกรรมการเงินผิดกฎหมายในไทยทำได้ยาก ระบบตรวจสอบได้มาตรฐาน-น่าเชื่อถือ
- พร้อมมองว่า การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยในปัจจุบันอาจไม่เหมือนกับในอดีต โดยในอดีตไทยเคยขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นนับหมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือประมาณ 6,000 ล้านบาท
- นายกฯ ยังยกตัวอย่างอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ขณะเดียวกันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าก็มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ผลิตจีน ส่วนกระแสข่าวว่าญี่ปุ่นอาจย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทยทั้งหมดนั้น
- นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของประเทศไทยที่กำลังส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเช่นเดียวกัน โดยรัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.)
Summary
โดยนายกฯ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบกับทีมไทยแลนด์ประเทศไทย ก่อนเดินทางต่อไปเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นในด้านต่าง ๆ ที่เอกอัครราชทูตไทย ที่กรุงโตเกียว นำเสนอ จะนำไปพิจารณาประกอบการดำเนินนโยบายต่อไป โดยไทย และญี่ปุ่น ถือเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แม้การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยอาจไม่ได้มีมูลค่ามหาศาลเหมือนในอดีต หรืออาจชะลอตัวลงบ้าง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 กันยายน (ตามเวลากรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชม.) ที่โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อมอบนโยบาย และแนวทางการขับเคลื่อนด้านการต่างประเทศ รวมถึงทิศทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการบูรณาการทำงานร่วมกันของทีมประเทศไทยโดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทย ณ
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงาน แม้ขณะนี้สิ่งที่น่ากังวลคือสถานการณ์ราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญ คือ การปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติในประเทศไทยทำได้ยากขึ้น และมาตรฐานการตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติของไทยถือว่าอยู่ในระดับที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์