Matichon
อนุสรณ์ ชี้ บทเรียน 20 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย. ต้องหยุดยั้งวงจร-การสืบทอดอำนาจ ด้วยการเมืองโปร่งใส
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตประธานมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย เปิดเผยว่า รัฐประหาร 19 ก.ย. ผ่านไป 20 ปี กระบวนการสืบทอดอำนาจของเครือข่ายอำมาตย์อนุรักษ์นิยมปรปักษ์ประชาธิปไตยยังคงดำรงอยู่ การจะหยุดยั้งวงจรรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจได้ต้องอาศัยความเป็นเอกภาพของขบวนการประชาธิปไตย การผนึกกำลังกันของฝ่ายเสรีนิยมและฝ่ายก้าวหน้า ร่วมกันสร้างสรรค์ระบอบการเลือกตั้งในทุกระดับให้เป็นที่ศรัทธาของประชาชน สร้างการเมืองโปร่งใส สามารถแก้ปัญหาประชาชนได้
Key facts
- รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตประธานมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย เปิดเผยว่า รัฐประหาร 19 ก.ย. ผ่านไป 20 ปี กระบวนการสืบทอดอำนาจของเครือข่ายอำมาตย์อนุรักษ์นิยมปรปักษ์ประชาธิปไตยยังคงดำรงอยู่
- รศ. ดร. อนุสรณ์ ยังกล่าวอีกว่า คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และประธานคณะก้าวหน้า ยังได้ประเมินถึง ผลของการรัฐประหาร 2 ครั้ง ปี 2549 และ ปี 2557 อีกว่า รัฐราชการขยายตัวใหญ่ขึ้น
- รศ. ดร. อนุสรณ์ ขยายความต่อว่า สองทศวรรษที่ผ่านมา ไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพมาอย่างต่อเนื่อง มูลนิธิก้าวหน้าได้วิเคราะห์ในมิติการเติบโตทางเศรษฐกิจว่า หากเปรียบเป็นสนามแข่งวิ่ง 20 ปี (ฐานปี 2549 = 100): เวียดนามนำโด่งที่ 300,
- รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ควรนำ คณะรัฐประหารทุกกลุ่ม เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และ มีการชำระสะสางประวัติศาสตร์เพื่อให้ประชาชนรับทราบความจริง และ บรรจุข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ชำระแล้ว เป็น บทเรียนในระบบการศึกษาที่เป็นทางการ ตอบโต้
Summary
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และ อดีตประธานมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย เปิดเผยว่า รัฐประหาร 19 ก.ย. ผ่านไป 20 ปี กระบวนการสืบทอดอำนาจของเครือข่ายอำมาตย์อนุรักษ์นิยมปรปักษ์ประชาธิปไตยยังคงดำรงอยู่ การจะหยุดยั้งวงจรรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจได้ต้องอาศัยความเป็นเอกภาพของขบวนการประชาธิปไตย การผนึกกำลังกันของฝ่ายเสรีนิยมและฝ่ายก้าวหน้า ร่วมกันสร้างสรรค์ระบอบการเลือกตั้งในทุกระดับให้เป็นที่ศรัทธาของประชาชน สร้างการเมืองโปร่งใส สามารถแก้ปัญหาประชาชนได้
รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ผลของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 นำมาสู่วิกฤติความขัดแย้งการเมืองเหลืองแดงที่รุนแรงขึ้นอีก สู่การปรามปรามประชาชนด้วยอาวุธสงครามปี 2553 สู่ การรัฐประหารปี 2557 และ การลุกขึ้นต่อต้านระบอบอำนาจนิยมของขบวนการคนรุ่นใหม่หนุ่มสาวปี 2563 คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ประเมินพัฒนาการทางเศรษฐกิจ 20 ปีหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ว่า ค่าเฉลี่ยการเติบโตของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในรอบ 20
รศ. ดร. อนุสรณ์ ยังกล่าวอีกว่า คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และประธานคณะก้าวหน้า ยังได้ประเมินถึง ผลของการรัฐประหาร 2 ครั้ง ปี 2549 และ ปี 2557 อีกว่า รัฐราชการขยายตัวใหญ่ขึ้น โดยไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเพิ่มการตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างไร ยี่สิบปีที่ผ่านมาองค์การมหาชนเพิ่มจำนวนถึงสี่เท่าตัว หน่วยงานรัฐเพิ่มจาก 161 เป็น 225 หน่วยงาน งบประมาณรายจ่ายประจำที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการเพิ่มขึ้นสามเท่า กดงบลงทุนให้ต่ำมาก นอกจากนี้
นอกจากนี้ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และประธานคณะก้าวหน้า ยังได้ประเมินพัฒนการของกองทัพ ว่า กองทัพใช้งบประมาณไปพัฒนาอย่างผิดจุด ไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาเสนอให้กองทัพพัฒนาขีดความสามารถในการรบให้ทันตามยุคสมัย รวมถึงส่งเสริมการผลิตเทคโนโลยีและอาวุธยุทโธปกรณ์ในประเทศ เพื่อลดภาระงบประมาณรัฐที่จะต้องไปซื้อเอาจากต่างประเทศ และที่สำคัญกองทัพต้องสร้างภาพลักษณ์และความจริงใจในการเป็นเสาหลักในการสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย