← Back to KHAO
สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
นายกฯ เผย เจรจาภาษีสหรัฐฯ ทุกอย่างยังอยู่ในกรอบ ย้ำไทยได้อัตราภาษีที่ต้องการแล้ว แต่ต้องหาข้อสรุปเพิ่มเติม ขณะที่ “ศุภจี” มั่นใจปิดดีลได้ มั่นใจไม่ต้องแก้เนื้องาน เผย หากมีโอกาสต้องคุยทรัมป์อยู่แล้ว แต่ย้ำภารกิจหลักคือร่วมประชุม UNGA81
·2 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 6 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา ว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตนไม่ใช่ผู้ตั้งโจทย์ และไม่มีการนัดพูดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยทางคณะเจรจา ที่เป็นผู้แทนการเจรจา และผู้แทนการค้าของทั้ง 2 ฝ่าย รายงานมาว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้แล้ว และยังมีอีกหนึ่งประเด็นที่สหรัฐฯ ได้หยิบยกขึ้นมา ซึ่งทางประเทศไทยต้องกลับมาหาวิธีในการบรรลุข้อสรุปให้ได้
Key facts
- เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะได้อัตราภาษีร้อยละ 19 ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็พยายามจะกดให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ขั้นตอนเมื่อถึงเวลาแล้วก็จะถูกส่งมายังผู้นำสองประเทศ ซึ่งโดยปกติจะมีการจัดและนัดพูดคุยกัน
- นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นางศุภจี มีความมั่นใจในเรื่องนี้จะราบรื่น และตนก็จะไปถามนางศุภจีอีกครั้ง ซึ่งการเดินทางไปนิวยอร์กครั้งนี้ ตนจะมีโอกาสได้พูดคุยกับตัวแทนของนางศุภจี และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ซึ่งทุกอย่างจะอยู่ในกรอบ
Summary
สำหรับการเดินทางไปครั้งนี้ จะมีโอกาสได้พบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีโอกาสได้เจอ
แต่จะมีโอกาสได้พูดคุยกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวตอบสั้นๆว่า play it by ear (ดูตามสถานการณ์) เพราะหลักการมีอยู่แล้ว ซึ่งประเทศไทยได้อัตราภาษีที่ต้องการแล้ว แต่ยังมีเงื่อนไขที่ทางสหรัฐฯ ได้ขอเพิ่มขึ้นมา ซึ่งตนได้ถามกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่าเราจะสามารถปิดจบข้อตกลงได้หรือไม่ ซึ่งนางศุภจี ก็ตอบกลับมาว่าได้ไม่มีปัญหา ไม่ต้องมาแก้ไขเนื้องาน
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะได้อัตราภาษีร้อยละ 19 ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็พยายามจะกดให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ขั้นตอนเมื่อถึงเวลาแล้วก็จะถูกส่งมายังผู้นำสองประเทศ ซึ่งโดยปกติจะมีการจัดและนัดพูดคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์หรือทางใดก็แล้วแต่ น่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นทางโทรศัพท์ เพราะอยู่คนละประเทศ เมื่อถึงตรงนั้นก็ค่อยว่ากัน จะสามารถพูดคุยอะไรกันได้