Prachachat
SMEs อายุน้อย-กำไรดีกู้ไม่ได้ ธปท.ตะลึง-เร่งชงคลังผุดค้ำสินเชื่อใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
แบงก์ชาติตะลึงเอสเอ็มอีกลุ่มมีประสิทธิภาพ-ธุรกิจตั้งใหม่อายุน้อย ไม่ถึง 10 ปี เข้าไม่ถึงสินเชื่อ แม้มีความสามารถทำกำไรได้สูงกว่าเอสเอ็มอีที่ตั้งมานานเกิน 10 ปี เดินหน้าชงคลังผุดโครงการค้ำประกันใหม่ พร้อมลุยเจรจา “เครดิตบูโร-NDID” ลดค่าธรรมเนียม หวังช่วยลด “Transaction Cost” ให้เอสเอ็มอี
Key facts
- แบงก์ชาติตะลึงเอสเอ็มอีกลุ่มมีประสิทธิภาพ-ธุรกิจตั้งใหม่อายุน้อย ไม่ถึง 10 ปี เข้าไม่ถึงสินเชื่อ แม้มีความสามารถทำกำไรได้สูงกว่าเอสเอ็มอีที่ตั้งมานานเกิน 10 ปี เดินหน้าชงคลังผุดโครงการค้ำประกันใหม่ พร้อมลุยเจรจา “เครดิตบูโร-NDID”
- ปัญหาโครงสร้างอีกเรื่องที่สำคัญมาก ก็คือ เรามีเงินเยอะ ทุกวันจะมีเงินไหลกลับเข้ามาที่ ธปท. ผ่านตลาด R/P ผ่านการดูดสภาพคล่อง ด้วยพันธบัตร ธปท. หรือผ่านการสวอป Fx ประมาณ 6 ล้านล้านบาท มันคือเงินเหลือ ที่ไม่ถูกจัดสรรให้กับหน่วยธุรกิจ
- นอกจากนี้ การมาของ Virtual Bank ก็หวังว่าจะช่วยให้ต้นทุน Operation ของแบงก์ลดลงได้บ้าง บางส่วน แต่สำคัญที่สุดตอนนี้ต้องทำเรื่อง Credit Cost ที่เราทำโครงการ Credit Boost มา วันนี้ปล่อยไปได้ 7 หมื่นล้านบาทแล้ว หลังจากนี้ภายใน 2-3 เดือนจะเสนอ
- เอสเอ็มอีมีขนาดใหญ่ สัดส่วน 35% ของจีดีพี จ้างงานถึง 69% ของการจ้างงานรวม โดยขณะนี้ถ้าดูสินเชื่อของธุรกิจรายใหญ่เป็นบวกแล้วประมาณ 6.6% แต่เอสเอ็มอียังติดลบ ติดลบมาแล้ว 16 ไตรมาส นี่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ใหญ่ ต้องช่วยกันแก้ ทั้ง ธปท.
- นายวิทัยกล่าวว่า ในแง่อัตราดอกเบี้ยเอสเอ็มอีจ่ายสูงกว่ารายใหญ่ โดยอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอาจจะถึง 13.4% ส่วนรายใหญ่จ่ายสูงสุด 6.9% ซึ่งจ่ายสูงเกินความจำเป็นด้วย ขณะเดียวกันในกลุ่ม Top 30 ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด จะพบว่ามีเอสเอ็มอีเพียง 21%
- ขณะเดียวกันมีเอสเอ็มอีอีก 27% ที่มีกำไร แต่รายได้ลดลง ซึ่งการได้สินเชื่ออาจจะทำให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่กิจการที่มีสภาพการแข่งขันที่ดีขึ้นได้
Summary
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการจัดสรรเงินทุนค่อนข้างมีปัญหา โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ แม้ว่าในระบบเงินทุนไม่ได้ขาด สะท้อนผ่านตัวเลขเงินสภาพคล่องที่ไหลกลับเข้า ธปท. ทุกวัน วันละราว 6 ล้านล้านบาท แต่เนื่องจากเอสเอ็มอีมีปัญหา ทำให้ธนาคารก็ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อให้
“ปัญหาโครงสร้างอีกเรื่องที่สำคัญมาก ก็คือ เรามีเงินเยอะ ทุกวันจะมีเงินไหลกลับเข้ามาที่ ธปท. ผ่านตลาด R/P ผ่านการดูดสภาพคล่อง ด้วยพันธบัตร ธปท. หรือผ่านการสวอป Fx ประมาณ 6 ล้านล้านบาท มันคือเงินเหลือ ที่ไม่ถูกจัดสรรให้กับหน่วยธุรกิจ หรือครัวเรือน เพราะธุรกิจไปไม่ได้ แบงก์ก็ไม่กล้าปล่อย อย่างแรกคือ มันไม่ได้ขาดเงินทุน แต่จัดสรรไม่ถูกที่”
อย่างไรก็ดี จากข้อมูลพบว่า เอสเอ็มอีที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อเกินครึ่งยังพอมีศักยภาพ และการเข้าถึงสินเชื่ออาจช่วยพัฒนาขีดความสามารถ โดยตอนนี้บริษัทที่มีกำไรอยู่และมีการเติบโตจะมีประมาณ 38% ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องทำให้เข้าถึงเงินทุนก่อน เพราะต้องยอมรับว่าคงช่วยเอสเอ็มอีทั้งหมดไม่ได้ อย่างเอสเอ็มอีที่จ่ายหนี้คืนไม่ได้ ขาดทุนต่อเนื่อง ไม่มีประสิทธิภาพ ก็ต้องทำให้มีประสิทธิภาพ หรือต้องยอมรับความจริงว่าส่วนหนึ่งอาจจะไปต่อไม่ได้ เพราะเป็นซอมบี้