The Standard
กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธ-โดรน โจมตีเมืองหลวงซาอุดีอาระเบีย เรารู้อะไรแล้วบ้าง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศว่า ได้ยิงขีปนาวุธ และโดรนจำนวนมาก โจมตีสถานที่สำคัญในกรุงริยาด เมืองหลวงซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโรงงานและคลังน้ำมันของบริษัท Aramco ในเมือง Yanbu ซึ่งเป็นเมืองท่าและศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่สำคัญมาก แถบชายฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวานนี้ (19 กันยายน)
Key facts
- กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศว่า ได้ยิงขีปนาวุธ และโดรนจำนวนมาก โจมตีสถานที่สำคัญในกรุงริยาด เมืองหลวงซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโรงงานและคลังน้ำมันของบริษัท Aramco ในเมือง Yanbu
- มีผู้พลัดถิ่นในเยเมนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่า 100,000 คน (ระหว่าง 104,796-125,000 คน) นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน
- ฝ่ายฮูตีอ้างว่า การโจมตีซาอุฯ ครั้งนี้ เป็นการ ‘ตอบโต้’ ที่กองกำลังซาอุฯ โจมตีพื้นที่ของตน 26 ครั้งใน 24 ชั่วโมง และมากกว่า 300 ครั้งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงอ้างว่า ยิงเครื่องบินขับไล่ของซาอุฯ ตกได้สำเร็จ
Summary
ยะฮ์ยา ซารีอา โฆษกทางการทหารของฮูตี ยืนยันว่า การโจมตีครั้งนี้ เป็นการตอบโต้ “ความพยายามอันเป็นอาชญากรรมของซาอุดีอาระเบีย” ที่มุ่งเป้าโจมตีกรุงซานา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเยเมนและอยู่ภายใต้การควบคุมของฮูตี
โดยระบบป้องกันทางอากาศของซาอุฯ ได้สกัดกั้นการโจมตีในหลายเมือง เช่น Bish, Taif, Farasan และ Yanbu โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 คนในเมือง Taif จากเศษโดรนที่ถูกสกัด ขณะที่ในกรุงริยาด ทางการซาอุฯ รายงานว่า ยังไม่มีผู้เสียชีวิตหรือประเมินความเสียหาย
การสู้รบส่งผลกระทบต่อความมั่นคงการเดินเรือในทะเลแดงและช่องแคบ Bab al-Mandeb โดยกลุ่มฮูตียืนยันกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า เรือที่ไม่เกี่ยวข้องกับซาอุฯ จะไม่ตกเป็นเป้าหมาย ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ได้ยกระดับการเฝ้าระวังภารกิจทางเรือ Operation Aspides ในทะเลแดง