Nation TV
“ยิ่งชีพ iLaw” แฉพิรุธ กกต. ตัดตอนคดีฮั้ว สว. โยงภูมิใจไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
“ยิ่งชีพ” แฉพิรุธ กกต. ตัดตอนคดีฮั้ว สว.โยงภูมิใจไทย ขณะที่หลักฐานเส้นเงิน-ประวัติโทรศัพท์โยงชัด พร้อมเปิดเอกสารกลับคำให้การ 3 พยานคดีฮั้วให้การพร้อมกัน หลัง “อนุทิน” นั่งเก้าอี้นายกฯ อ้างโดนชายปริศนาข่มขู่
Key facts
- 19 กันยายน 2569 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวในงานเสวนา “โกง สว.จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ“ ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. สั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว.จำนวนมากว่า แม้ว่า
- นายยิ่งชีพ ยังได้เล่าถึงไทม์ไลน์ การเข้ามาให้การของพยานทั้ง 4 คนว่า ซึ่งในวันที่พยาน 3 คนกลับคำให้การ นั้น ทั้ง 3 คนไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่เป็นการส่งหนังสือลงลายมือชื่อ ซึ่งส่งมาในวันเดียวกัน พร้อมอธิบายว่า ในช่วงที่ที่นายเอกราช
- ขณะนั้น พรรคภูมิใจไทย, พรรคกล้าธรรม และพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลร่วมกัน ซึ่งหากจะบอกว่า มีการปั้นพยาน เพื่อปรักปรำพรรคภูมิใจไทย เป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจน เพราะทั้ง 3 พรรคร่วมรัฐบาลกันอยู่ และนายเอกราช ในเวลานั้น ก็ได้ย้ายสังกัดไปอยู่พรรคกล้าธรรม
- นายยิ่งชีพ ระบุอีกว่า คำให้การของนายเอกราช ไม่ใช่การพูดลอย ๆ แต่มีหลักฐานประกอบ เพราะมีการระบุว่า ขบวนการนี้ เพิ่งไปรับเงินจากนางรัตนา บ่อถ้ำ ที่ชั้น 4 ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนางรัตนา ก็เป็นเจ้าหน้าที่อยู่พรรคภูมิใจไทย อยู่ที่ชั้น 4 จริง ๆ
Summary
ดังนั้นแรงจูงใจในการข่มขู่พยาน เป็นสิ่งที่มองเห็นไม่ชัด แต่นายเอกราช กลับคำให้การในวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ในช่วงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคกล้าธรรม ทิ้งพรรคเพื่อไทยไปอยู่กับนายอนุทิน ซึ่งหลังจากที่สีน้ำเงินขึ้นสู่อำนาจได้ไม่นาน พยานทั้ง 3 คนก็ได้กลับคำให้การ ซึ่งตกลงแรงจูงใจที่จะให้การเท็จ ระหว่างเดือนพฤษภาคมปี 2568 หรือตุลาคม 2568 คิดว่า แรงจูงใจทางการเมืองในช่วงไหนจะทำให้เกิดการให้การเท็จมากกว่ากัน
19 กันยายน 2569 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวในงานเสวนา “โกง สว.จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ“ ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. สั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว.จำนวนมากว่า แม้ว่า กกต.จะไม่ฟ้องผู้บริหาร หรือกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แต่ที่สั่งฟ้องไปก็มีคนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย ทั้งนายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สส.สุโขทัย พรรคภูมิใจไทย, นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส.นครพนม และอดีตผู้สมัคร สส.รวมถึงญาติพี่น้องของ
ขณะนั้น พรรคภูมิใจไทย, พรรคกล้าธรรม และพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลร่วมกัน ซึ่งหากจะบอกว่า มีการปั้นพยาน เพื่อปรักปรำพรรคภูมิใจไทย เป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจน เพราะทั้ง 3 พรรคร่วมรัฐบาลกันอยู่ และนายเอกราช ในเวลานั้น ก็ได้ย้ายสังกัดไปอยู่พรรคกล้าธรรม