Prachachat
การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
นักวิเคราะห์การเมืองและเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาบอกว่า ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” กับ “เควิน วอร์ช” ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ทรัมป์แต่งตั้งมากับมือ กำลังดุ่มเดินอยู่บนเส้นทางที่จะนำไปสู่การปะทะกันภายในสัปดาห์ที่ถึงนี้ สาเหตุสำคัญเป็นเพราะอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงลิ่ว จนใครต่อใคร ไม่ว่าจะเป็นตลาดทุนหรือนักวิชาการทางด้านเศรษฐศาสตร์ พากันมองว่า เฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอ้างอิงให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความต้องการของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
Key facts
- โหมโจมตีใส่สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทำให้ห่วงโซ่ซัพพลายเริ่มเป็นที่วิตกกังวลกันใหญ่หลวงมากยิ่งขึ้น ดันราคาน้ำมันดิบชนิดเบรนต์แพงขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับราคาสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา
- ตัวเลขอัตราเงินเฟ้ออย่างเป็นทางการของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 3.4% ในเดือนสิงหาคม และไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากระดับเมื่อเดือนกรกฎาคมแต่อย่างใด
- นักวิเคราะห์การเมืองและเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาบอกว่า ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์”
- แถมยังสำทับไว้เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมาหมาด ๆ ว่า สหรัฐอเมริกา “ควรลดอัตราดอกเบี้ยลงให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดในโลก”
- ปัญหาก็คือในช่วงปี 2026 ที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกายกระดับสูงขึ้นตลอดเวลา สืบเนื่องจากตัวการสำคัญคือ “ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง”
- แล้วก็มีทีท่าว่าจะเป็นอย่างนั้นเสียด้วย เพราะจนถึงวันที่ 16 กันยายน ทุกอย่างก็ยังไม่มีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงให้เห็น
Summary
ปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่วอร์ชเองเคยออกมากล่าวถึงเรื่องเดียวกันไว้ก่อนหน้านี้ในทำนองว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามดัชนีชี้วัด และตนเชื่อว่าสภาพการณ์ทั้งหมดจะต้องดีขึ้น จนทำให้ไม่จำเป็นแต่อย่างใดที่เฟดจะต้องปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้น ทั้งนี้ วอร์ชมีเวลาเหลือไม่กี่วันก็จะถึงวันที่ 16 กันยายน ซึ่งจำเป็นจะต้องตัดสินใจในเรื่องนี้ออกมาให้ชัดเจนว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีหรือไม่
แต่การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี ในจังหวะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง “กลางวาระ” สำหรับประธานาธิบดีแล้ว ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมทางการเมืองอย่างยิ่ง เพราะทรัมป์เองออกปากชัดเจนแสดงท่าทีมาหลายต่อหลายครั้งว่า ต้องการให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง “อย่างมีนัยสำคัญ” แถมยังสำทับไว้เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมาหมาด ๆ ว่า สหรัฐอเมริกา “ควรลดอัตราดอกเบี้ยลงให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดในโลก”
ด้วยเหตุนี้บรรดานักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายจึงระบุว่า หากเฟดตัดสินใจไม่ขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ ก็จะสูญเสียความน่าเชื่อถือที่มีไปทั้งหมด เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าสัญญาณในทางบวกที่จะทำให้ไม่ต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างที่วอร์ชว่าไว้ จะปรากฏออกมาให้เห็นแต่อย่างใดทั้งสิ้น