BeInCrypto Thailand
ธนาคารกลางญี่ปุ่นและเฟดคาดขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์เดียวกัน เงินเยนจะพุ่งไหม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
เทรดเดอร์กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับช่วงเวลาที่หายากของการปรับนโยบายการเงินเข้มงวดพร้อมกันในสัปดาห์นี้ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต่างเอนเอียงไปทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมงซึ่งกันและกัน
Key facts
- Fed จะประกาศการตัดสินใจของตนในช่วงบ่ายวันพุธ โดยตลาดฟิวเจอร์สได้ประเมินโอกาสมากกว่า 80% สำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุด ขณะที่ BOJ จะตามมาหลังจากนั้นสองวัน ในวันศุกร์
- โอกาสของ Fed ได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน จากที่เคยมีโอกาสใกล้เคียงกันในช่วงปลายเดือนสิงหาคม มาเป็นความเป็นไปได้ถึง 92% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในขณะนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการที่เงินเยน แข็งค่ารายเดือน เมื่อเทียบกับ USD
- เทรดเดอร์กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับช่วงเวลาที่หายากของการปรับนโยบายการเงินเข้มงวดพร้อมกันในสัปดาห์นี้ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต่างเอนเอียงไปทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมงซึ่งกันและกัน
- ประมาณ 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าเงินเยนจะซื้อขายอยู่ในช่วง 155 ถึง 160 ต่อ USD ในเดือนข้างหน้า
- โอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังเพิ่มขึ้น
- การเคลื่อนไหวของทั้งคู่ นอกจากนี้ ยังเสริมรูปแบบที่ BeInCrypto’s การวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับมหภาค ได้ชี้ไว้ โดย Fed, ธนาคารกลางยุโรป และ BOJ อาจพร้อมใจกันเข้มงวดนโยบายในช่วงเวลาเดียวกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006
Summary
จาก การสำรวจของ CNBC ต่อเศรษฐกร 18 คน ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 ถึง 14 กันยายน พบว่า 89% คาดว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน 0.25 จุด เป็น 1.25% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบสามทศวรรษ ผู้ตอบแบบสอบถามได้ให้เหตุผลว่าเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ค่าจ้างปรับตัวสูงขึ้น และแรงกดดันจากวอชิงตัน
Fed จะประกาศการตัดสินใจของตนในช่วงบ่ายวันพุธ โดยตลาดฟิวเจอร์สได้ประเมินโอกาสมากกว่า 80% สำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุด ขณะที่ BOJ จะตามมาหลังจากนั้นสองวัน ในวันศุกร์
ขณะนี้เหล่าเทรดเดอร์ต่างหันไปจับตา dot plot ของธนาคารกลางสหรัฐและการลงมติคัดค้านใด ๆ ของ BOJ เพื่อหาสัญญาณว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสองเศรษฐกิจนี้จะปรับตัวใกล้เคียงกันเร็วแค่ไหน