← Back to KHAO

USA “ดีเดย์”อิหร่าน แต่สะท้านถึงจีน

6 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 10 outlets. See llms.txt for citation guidance.

KHAO Verified

USA “ดีเดย์”อิหร่าน แต่สะท้านถึงจีน

การสมคบคิดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลโจมตีอิหร่านด้วยข้ออ้างโครงการอาวุธนิวเคลียร์ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ไม่มีใครเชื่อว่าจะจบลงได้อย่างรวดเร็วเหมือนอย่างที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคุยโม้ในวันแรกๆ  เพราะแม้ผู้นำทางจิตวิญญาณของอิหร่านจะถูกเด็ดหัว  โครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกถล่มด้วยขีปนาวุธ  ระบบเศรษฐกิจย่ำแย่  แต่ประเทศก็ยังไม่ล่มสลาย รัฐบาลเตหะรานยังสามารถตอบโต้คู่สงครามได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

Key facts

Summary

เมื่อสงครามทางทหารไม่สามารถปิดเกมได้อย่างที่คาด วอชิงตันจึงหันกลับไปหยิบอาวุธที่ตนถนัดที่สุดขึ้นมาใช้อีกครั้งนั่นคือ “ สงครามทางเศรษฐกิจ ”  โดยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 รัฐบาลสหรัฐฯได้ ประกาศใช้ “ Economic D-Day ” หรือการทำสงครามเศรษฐกิจขั้นสูงสุดต่ออิหร่าน  พร้อมส่งสัญญาณไปยังนานาชาติว่า  การค้าหรือการทำธุรกรรมทางการเงินกับอิหร่านอาจต้องเผชิญผลตอบโต้จากสหรัฐฯ

แต่สงครามเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องใหม่นี่  เพราะสหรัฐฯใช้มาตรการ คว่ำบาตรอิหร่าน มาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ  อิหร่านถูกจำกัดการเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศ ถูกคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน ถูกปิดกั้นการลงทุนเพราะสหรัฐฯประกาศข่มขู่บริษัทหรือนานาประเทศไม่ให้ทำธุรกิจกับเตหะรานมาตั้งนานแล้ว  ดังนั้นการแสดงท่าทีขึงขังจะดีเดย์อิหร่านเที่ยวนี้จะมีผลอะไร

เป้าหมายของสหรัฐฯนั้นชัดเจนมากคือการตัดอิหร่านออกจากระบบเศรษฐกิจโลก  ลดช่องทางหารายได้ ปิดเส้นทางการเงิน และทำให้ประเทศขาดทรัพยากรเพียงพอที่จะดำเนินสงครามต่อไป  หรืออีกนัยหนึ่งคือการ “ ตัดท่อน้ำเลี้ยง ” ของอิหร่านจากจีน รัสเซีย ที่ยังค้าขายอย่างเปิดหน้า  หรืออีกหลายประเทศที่แอบค้าขายอยู่หลังร้าน  ซึ่งทำให้อิหร่านมีทุนมาสู้ศึกได้ยาวนาน