Post Today
'พิพัฒน์' สั่ง คมนาคมเร่งแก้คอขวด ICD ลาดกระบัง เร่งสร้าง Ramp เชื่อม M7
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
“พิพัฒน์” สั่งบูรณาการถนน-ราง-ท่าเรือ แก้ปัญหา ICD ลาดกระบัง เร่งสร้าง Ramp เชื่อม M7 และเดินหน้า PPP หวังลดต้นทุนโลจิสติกส์
Key facts
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง (ICD ลาดกระบัง) และสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569
- นับตั้งแต่ ICD ลาดกระบังเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2539 มีการขนส่งตู้สินค้าทั้งทางรถไฟและถนนรวม 33.96 ล้าน TEUs แบ่งเป็นทางรถไฟ 10.61 ล้าน TEUs และทางถนน 23.35 ล้าน TEUs จากการเดินรถไฟรวม 203,327 ขบวน สร้างรายได้ค่าระวางสะสม
- กรมทางหลวงจึงอยู่ระหว่างก่อสร้าง Ramp เชื่อมเข้าสู่ M7 ฝั่งมุ่งหน้าชลบุรีโดยตรง เริ่มสัญญาวันที่ 1 สิงหาคม 2569 และกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 28 มีนาคม 2570 โดยคาดว่าจะเพิ่มความสามารถรองรับรถจากประมาณ 930 คันต่อชั่วโมง เป็น 1,194 คันต่อชั่วโมง
- โครงการกำหนดอายุสัญญา 20 ปี ให้เอกชนลงทุนปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางประมาณ 252.7 ล้านบาท และจัดหาเครื่องมือยกขนตู้สินค้า (RMG) ประมาณ 927.1 ล้านบาท รวมเงินลงทุนเริ่มต้นราว 1,179 ล้านบาท ขณะที่ รฟท.
- ข้อมูลจาก รฟท. ระบุว่า การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟเส้นทาง ICD ลาดกระบัง-แหลมฉบังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 386,763 TEUs ในปีงบประมาณ 2564 เป็น 497,805 TEUs ในปีงบประมาณ 2568 ขณะที่ปีงบประมาณ 2569 มีปริมาณสะสม 436,598 TEUs ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569
- หนึ่งในปัญหาหลักคือการเดินทางออกจาก ICD ลาดกระบังและสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้าไปยังชลบุรี ซึ่งปัจจุบันรถบรรทุกต้องมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ก่อนกลับรถ ส่งผลให้เกิดการสะสมของรถและกระทบการจราจรบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (M7)
Summary
หนึ่งในปัญหาหลักคือการเดินทางออกจาก ICD ลาดกระบังและสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้าไปยังชลบุรี ซึ่งปัจจุบันรถบรรทุกต้องมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ก่อนกลับรถ ส่งผลให้เกิดการสะสมของรถและกระทบการจราจรบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (M7)
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง (ICD ลาดกระบัง) และสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาที่สะสมมานาน ทั้งทางเข้า-ออก การจราจร พื้นที่พักคอย การขนส่งตู้สินค้า และการบริหารพื้นที่ โดยให้เชื่อมระบบ ถนน-ราง-สถานีขนส่ง-ท่าเรือ ให้เป็นเครือข่ายเดียวกัน เพื่อลดเวลาและต้นทุนการขนส่งของภาคธุรกิจ
นายพิพัฒน์ระบุว่า ICD ลาดกระบังและสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้าเป็นจุดยุทธศาสตร์ของระบบโลจิสติกส์กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก การแก้ปัญหาจึงต้องมองตลอดเส้นทาง ตั้งแต่รถบรรทุกเข้าสู่พื้นที่ การพักและเปลี่ยนถ่ายสินค้า การขนส่งทางราง ไปจนถึงท่าเรือแหลมฉบัง โดยเป้าหมายคือเพิ่มความแน่นอนในการขนส่ง ลดต้นทุนผู้ประกอบการ และลดผลกระทบจากรถบรรทุกต่อการจราจร