Matichon
ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตนายก อบต.หนองแวง-ครอบครัว ทุจริตงบสร้างถนน ถอนเงินสด4.4แสน ส่งถึงห้อง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ป.ป.ช. ฟันอดีตนายก อบต.หนองแวง เอื้อบริษัทครอบครัวรับงานสร้างถนน ถอนเงินสด 4.4 แสน ส่งถึงห้องทำงาน
Key facts
- ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมงบประมาณ 455,000 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการดังกล่าว
- เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางเพียร แซ่ลี้
- เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุจึงเสนอเห็นควรจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด แอล แอนด์ เอ็ม เทพา คอนสตรัคชั่น เนื่องจากเสนอราคาต่ำสุด ซึ่งนางเพียรได้อนุมัติตามที่เสนอ และเข้าทำสัญญากับ อบต.หนองแวง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559
- การกระทำของนายสมชาย แซ่ลี้, ห้างหุ้นส่วนจำกัด แอล แอนด์ เอ็ม เทพา คอนสตรัคชั่น และนางสาวจุฑามาศ บามขุนทด มีมูลความผิดทางอาญาฐานสนับสนุนนางเพียร แซ่ลี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, มาตรา 152, มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และ พ.ร.ป.
Summary
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางเพียร แซ่ลี้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา กับพวก กรณีมีส่วนได้เสียโครงการก่อสร้างถนนดินยกระดับบ้านท่าวังศาล หมู่ที่ 15 จากไร่นายลับ (หรือนานางลับ) ถึงคลองมะซาง ตำบลหนองแวง เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 วงเงิน 455,000 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมงบประมาณ 455,000 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการดังกล่าว จากนั้นนางเพียร แซ่ลี้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบต.หนองแวง ได้อนุมัติให้ใช้วิธีตกลงราคา และสั่งการให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอรายชื่อผู้ประกอบการ เพื่อให้นางเพียรคัดเลือกว่าจะส่งหนังสือเชิญชวนให้รายใดมาเสนอราคาบ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่พัสดุได้เสนอรายชื่อผู้ประกอบการจำนวน 24 ราย
ป.ป.ช. ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ ต่อไป พร้อมทั้งแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทราบ