← Back to KHAO
MGR Online
บิทคอยน์พุ่งแตะ 77,000 เหรียญ! เปิดเบื้องหลังแรงพุ่งแฝง
·7 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 3 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ 3 แหล่งข่าวยืนยัน
ราคาบิทคอยน์ (Bitcoin) พุ่งทะลุแนว 77,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญในช่วงเช้าตลาดเอเชียวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 เดือน และเป็นสัปดาห์ที่ราคาบวกแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปีครึ่ง บวกไปแล้วเกือบ 20% ภายในสัปดาห์เดียว ฟังดูเหมือนข่าวดี แต่ถ้าเจาะลึกลงไปในตัวเลขและไทม์ไลน์จริง จะพบว่าแรงพุ่งครั้งนี้ไม่ได้มาจาก "พื้นฐานใหม่"
Key facts
- แม้จะดูเหมือนจุดพลุบิทคอยน์เบรกแตก แต่ภาพรวมราคาบิทคอยน์ยังห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำไว้ประมาณ 126,000 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 อยู่ราว 40% นี่คือการดีดตัวกลับ ไม่ใช่สถิติใหม่
- จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศจะเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีร่วงลงจากระดับ 5.337% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550
- ด้านที่ดูมีน้ำหนักกว่าคือกระแสเงินสถาบัน กองทุน ETF บิทคอยน์สปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 189 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม และพุ่งขึ้นเป็น 517.2 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งเป็นยอดไหลเข้ารายวันสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนครึ่ง
- ย้อนกลับไปแค่สัปดาห์เดียว บิทคอยน์ยังแกว่งตัวเหนือระดับ 63,000-64,000 ดอลลาร์ นิ่งสนิทมานานถึง 6 สัปดาห์ในกรอบระหว่าง 62,000-66,900 ดอลลาร์ นับตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม
- ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม ราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่ที่ 64,135 ดอลลาร์ ก่อนจะเริ่มขยับขึ้นวันที่ 19-20 สิงหาคม ทะลุ 69,000 แล้วไป 71,000 และ 72,000 ดอลลาร์ ภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง
- พอเข้าสู่ช่วงเช้าตลาดเอเชียวันที่ 21 สิงหาคม ราคาก็เร่งเครื่องต่อ ทะลุ 75,000 ดอลลาร์ และตามรายงานของ coinmarketcap ราคาได้ทะลุแนว 77,000 ดอลลาร์ ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่บลูมเบิร์กรายงานตัวเลขราคาที่ทำจุดสูงประมาณ 75,740
Summary
ราคาบิทคอยน์ (Bitcoin) พุ่งทะลุแนว 77,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญในช่วงเช้าตลาดเอเชียวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 เดือน และเป็นสัปดาห์ที่ราคาบวกแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปีครึ่ง บวกไปแล้วเกือบ 20% ภายในสัปดาห์เดียว
ฟังดูเหมือนข่าวดี แต่ถ้าเจาะลึกลงไปในตัวเลขและไทม์ไลน์จริง จะพบว่าแรงพุ่งครั้งนี้ไม่ได้มาจาก
"พื้นฐานใหม่"