Matichon
ยศชนัน ลุยโคลนอ.ปัว เร่งฟื้นฟูผู้ประสบภัย จ่อขอขยายวงเงินฉุกเฉินเป็น 100 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ เดินเท้าลุยโคลนเข้าพื้นที่สำรวจความเสียหายและฟื้นฟูเขตชุมชนบ้านศิลาแดง (บ้านฝาย) ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จ.น่าน โดยตรวจเยี่ยมบ้านเรือนประชาชนทีละหลัง เริ่มจากบ้านหลังแรก ซึ่งกระแสน้ำได้พัดทะลักเข้าไปในตัวบ้าน และพัดพาเอาดินโคลนจำนวนมากเข้ามาทับถม ขณะที่ช่วงลงพื้นที่ยังคงมีกระแสน้ำไหลผ่านตัวบ้านอยู่ ถัดมาที่บ้านหลังที่สอง
Key facts
- เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ เดินเท้าลุยโคลนเข้าพื้นที่สำรวจความเสียหายและฟื้นฟูเขตชุมชนบ้านศิลาแดง (บ้านฝาย) ตำบลศิลาแลง
- พร้อมเปิดเผยความรู้สึกว่าดีใจมากที่ความช่วยเหลือเดินทางเข้ามาถึงพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้
- ต่อมาที่บ้านหลังที่สี่ พบว่าสภาพบ้านชั้นล่างพังเสียหายทั้งหมด เต็มไปด้วยเศษไม้และดินโคลนหนาทึบ ชาวบ้านต้องย้ายขึ้นไปอาศัยอยู่บนชั้นสองชั่วคราว นอกจากนี้
- นายยศชนัน กล่าวชื่นชมความมีสติและความกล้าหาญของครูแนน พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารพรานและผู้นำชุมชน โดยยกย่องให้ทุกคนเป็น “ฮีโร่ตัวจริง”
Summary
ทั้งนี้ เนื่องจากระบบแจ้งเตือนภัยยังมาไม่ถึง และสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาด ครูแนนจึงตัดสินใจใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเองเป็นกระบอกเสียงประสานงานขอความช่วยเหลือ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 32 จำนวน 6 นาย ฝ่ากระแสน้ำเข้ามาช่วยเหลืออพยพกลุ่มเปราะบาง ทั้งคนชรา ผู้พิการทางการได้ยินและสายตา รวมกว่า 20 ราย ไปยังจุดปลอดภัยที่วัดป่าเมือดได้อย่างปลอดภัย
นายยศชนัน กล่าวถึงมาตรการเร่งด่วนในการฟื้นฟูพื้นที่ว่า ได้สั่งการให้นำเครื่องจักรหนักเข้ามาตักและดันดินโคลนออกจากชุมชนทันที เนื่องจากปริมาณดินโคลนหนาแน่นเกินกำลังคนจะรับไหว และได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อขอขยายวงเงินทดรองราชการฉุกเฉินเป็น 100 ล้านบาท พร้อมเตรียมบูรณาการงบซ่อมแซมบ้านเรือนจาก ปภ. (ประมาณ 88,000 บาท) ร่วมกับงบสมทบจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ประมาณ 49,000 บาท) เพื่อเร่งจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 33
ต่อมาที่บ้านหลังที่สี่ พบว่าสภาพบ้านชั้นล่างพังเสียหายทั้งหมด เต็มไปด้วยเศษไม้และดินโคลนหนาทึบ ชาวบ้านต้องย้ายขึ้นไปอาศัยอยู่บนชั้นสองชั่วคราว นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียงยังพบบ้านเรือนอีกหลายหลังที่ถูกกระแสน้ำและโคลนถล่มสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินภายในบ้านแทบทั้งหมด