← Back to KHAO

สศก. เปิดเวทีวิชาการ 2569 ชู 8 งานวิจัย มองภาคเกษตรไทยผ่าน “คำถามเชิงเศรษฐศาสตร์” จากสังคมสูงวัย ข้าวคาร์บอนต่ำ และ AI–SAR สู่การแข่งขันทุเรียน โอกาสของโกโก้ไทย และปาล์มน้ำมันยั่งยืน

7 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

สศก. เปิดเวทีวิชาการ 2569 ชู 8 งานวิจัย มองภาคเกษตรไทยผ่าน “คำถามเชิงเศรษฐศาสตร์” จากสังคมสูงวัย ข้าวคาร์บอนต่ำ และ AI–SAR สู่การแข่งขันทุเรียน โอกาสของโกโก้ไทย และปาล์มน้ำมันยั่งยืน

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จัดงานสัมมนาวิชาการ “การเสนอผลงานวิชาการด้านเศรษฐกิจการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และนิทรรศการนวัตกรรมข้อมูลภาคเกษตร” หรือ Academic Open House & Agricultural Economics Forum 2026 เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ ห้องไดมอนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี เปิดเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและงานวิเคราะห์รวม 8 เรื่อง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านการเกษตรเข้าร่วม

Key facts

Summary

“งานของ สศก. ต้องไม่หยุดอยู่ที่การรายงานว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่าเหตุใดจึงเกิด ใครได้รับประโยชน์ ใครเป็นผู้แบกรับต้นทุน และหากภาครัฐใช้ทรัพยากรหนึ่งบาท จะสามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด ข้อมูล แบบจำลอง และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่หัวใจคือการใช้ดุลพินิจทางเศรษฐศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนหลักฐาน” เลขาธิการ สศก. กล่าว

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กล่าวว่า จุดเด่นของเวทีวิชาการปีนี้ คือการนำข้อมูลและปัญหาภาคเกษตรมาตั้งเป็น “คำถามเชิงเศรษฐศาสตร์” เพื่อค้นหาคำอธิบายว่า เหตุใดเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องจึงตัดสินใจเช่นนั้น การตัดสินใจดังกล่าวอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใด และหากภาครัฐจะดำเนินมาตรการ ควรออกแบบอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและประเทศ

งานวิจัยยังชวนพิจารณาความสมดุลระหว่างเงินเยียวยาระยะสั้นกับการลงทุนเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต ตลอดจนการใช้เครื่องมือที่หลากหลาย ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การประกันภัยพืชผล การฟื้นฟูปัจจัยการผลิต การจัดการหนี้ การพัฒนาทักษะอาชีพ และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยไม่กลับเข้าสู่วงจรความเปราะบางซ้ำเดิม

Read full article at Bangkok Today →