Prachachat
คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในบทสนทนาว่าด้วยการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ตอนนี้มีประเด็นเรื่องน้ำจืดที่สร้างความกังวลให้กับสังคมว่า ดาต้าเซ็นเตอร์นั้นใช้น้ำจืดมหาศาล และจะนำมาซึ่งความขัดแย้งแย่งชิงน้ำ อันมีแนวโน้มว่าชุมชนหรือภาคการเกษตรจะได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์หรือไม่
Key facts
- ตัวเลขจากธนาคารโลกบอกเราว่า น้ำท่วมซ้ำซากในประเทศไทยนั้นสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากถึงปีละ 81,300 ล้านบาท แค่หาดใหญ่ที่เดียวความเสียหายสูงถึง 1,250 ล้านบาท
- ในรอบ 17 ปีที่ผ่านมาเราพยายามแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งด้วยสิ่งที่เรียกว่าโครงสร้างพื้นฐานทางวิศวกรรม เช่น เขื่อน อุโมงค์ กำแพง รวม ๆ แล้วเราใช้งบประมาณไปทั้งหมด 809,121 ล้านบาท
- ย้อนกลับมาดูตัวเลขพื้นฐานกันอีกครั้ง ณ วันนี้ประเทศไทยมีศักยภาพในการกักเก็บน้ำได้เพียงร้อยละ 28 ของปริมาณน้ำทั้งหมด อยู่ในแหล่งกักเก็บน้ำรวมที่ 81,373 ล้าน ลบ.ม. เรามีมวลน้ำส่วนเกินถึงร้อยละ 72
- ในบทสนทนาว่าด้วยการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ตอนนี้มีประเด็นเรื่องน้ำจืดที่สร้างความกังวลให้กับสังคมว่า ดาต้าเซ็นเตอร์นั้นใช้น้ำจืดมหาศาล และจะนำมาซึ่งความขัดแย้งแย่งชิงน้ำ
Summary
ผมคิดว่าคำถามนี้สำคัญ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเราไม่ต้องการตกขบวนในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะเดียวกันเราวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างไร และเราได้พูดคุยกันเรื่อง “การจัดสรรสิทธิการใช้น้ำ” และ “การจัดการความต้องการใช้น้ำ” (Demand-side Management) มากน้อยแค่ไหน
ในรอบ 17 ปีที่ผ่านมาเราพยายามแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งด้วยสิ่งที่เรียกว่าโครงสร้างพื้นฐานทางวิศวกรรม เช่น เขื่อน อุโมงค์ กำแพง รวม ๆ แล้วเราใช้งบประมาณไปทั้งหมด 809,121 ล้านบาท ขณะเดียวกันเราใช้มาตรการเกี่ยวกับผังเมืองและกฎหมายมาช่วยแก้ปัญหาการจัดการน้ำได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขนี้เป็นคำตอบด้วยตัวของมันเองว่า ประเทศไทยขาดแนวคิดว่าด้วย Water Resilience ซึ่งในภาษาไทยน่าจะหมายถึงความสามารถในการอยู่ร่วมกับน้ำ เพราะที่ผ่านมาเราบริหารจัดการน้ำด้วยแนวคิด “สู้กับน้ำ” มากกว่าคิดว่าจะอยู่กับน้ำ เราพูดกันน้อยเกินไปเรื่องการเปลี่ยนพื้นที่รับน้ำเป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว การมีกองทุนที่ภาคอุตสาหกรรมต้องร่วมจ่ายค่าบริการพื้นที่รับน้ำสาธารณะ