Krungthep Turakij
วิเคราะห์ทางเลือกสหรัฐ ‘โดดเดี่ยวเศรษฐกิจอิหร่าน’ เสี่ยงกระทบโลก-เศรษฐกิจอเมริกันเอง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บลูมเบิร์กวิเคราะห์ทางเลือกสหรัฐ หากต้องการ ‘โดดเดี่ยวเศรษฐกิจอิหร่าน’ ทางเลือกที่มีอาจเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของอเมริกันเอง
Key facts
- สหรัฐอาจดำเนินการมากกว่าแค่การอายัดทรัพย์สินของรัฐบาลอิหร่าน และอาจพยายามยึดทรัพย์สินที่อยู่ในเขตอำนาจศาลของสหรัฐอยู่แล้ว โดยอ้างอิงถึงมาตรการที่รัฐบาลบุชเคยใช้หลังการรุกรานอิรักในปี 2546
- จีน ซื้อน้ำมันอิหร่านมากกว่า 90% การคว่ำบาตรหน่วยงานที่อำนวยความสะดวกในการซื้อขายน้ำมันระหว่างจีนและอิหร่านอาจลดรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันของเตหะรานได้โดยตรง
- ทรัมป์เคยเสนอแนวทางนี้มาก่อนแล้ว โดยขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 25% จากประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน แต่จนถึงขณะนี้เขายังไม่ได้ดำเนินการใดๆ
- เมื่อเดือนพฤษภาคม จีนได้สั่งให้บริษัทในประเทศไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐที่กำหนดต่อโรงกลั่นน้ำมัน 5 แห่ง ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของจีนกำลังเผชิญทางแยก ระหว่างปฏิบัติตามคำสั่งของปักกิ่ง
- สหรัฐอาจขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมกับทุกหน่วยงานที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน แม้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างจำกัดก็ตาม นี่เป็นแนวทางที่คล้ายกับวิธีที่ทรัมป์ใช้กับเกาหลีเหนือในปี 2017
Summary
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักคือ การหันไปใช้ทางเลือกที่เหลืออยู่นั้น อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐเอง
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐ กำลังเตรียมแช่แข็ง อิหร่าน ด้วยแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่นักวิจารณ์ยังคงมีข้อกังขา เนื่องจาก อิหร่าน อยู่ภายใต้การปิดล้อมทางทะเล และเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรอยู่แล้ว
แม้ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลทรัมป์จะใช้มาตรการใดบ้าง แต่บลูมเบิร์กได้คาดการณ์ถึงทางเลือกที่เป็นไปได้ที่สหรัฐอาจใช้ ซึ่งทางการสหรัฐอาจผสมผสานมาตรการหลายอย่างต่อไปนี้เข้าด้วยกัน หรือเลือกใช้วิธีอื่นที่ไม่ใช่ทางเลือกเหล่านี้