The Standard
สรุปผลงาน 3 เดือนล่าสุด ก.ล.ต. บังคับใช้กฎหมาย ปรับรวมกว่า 15.1 ล้านบาท ปรากฏชื่อ ‘สารัชถ์ – อภินันท์’ ถูกปรับฐานเปิดเผยข้อมูลล่าช้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดข้อมูลการบังคับใช้กฎหมายในรอบ 3 เดือนล่าสุด รวม 96 รายการ คิดเป็นค่าปรับจากการเปรียบเทียบรวมกว่า 15.1 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นความผิดฐานรายงานหรือเปิดเผยข้อมูลล่าช้า ซึ่งเป็นความผิดเชิงธุรการ ในจำนวนนี้ปรากฏชื่อผู้บริหารและนักธุรกิจรายใหญ่หลายราย รวมถึง สารัชถ์ รัตนาวะดี ซีอีโอ GULF และ อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ซีอีโอ KKPS ขณะที่ค่าปรับก้อนใหญ่ที่สุดมาจากกลุ่มธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและบริษัทจัดการกองทุน
Key facts
- สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดข้อมูลการบังคับใช้กฎหมายในรอบ 3 เดือนล่าสุด รวม 96 รายการ คิดเป็นค่าปรับจากการเปรียบเทียบรวมกว่า 15.1 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นความผิดฐานรายงานหรือเปิดเผยข้อมูลล่าช้า ซึ่งเป็นความผิดเชิงธุรการ
- เมื่อจำแนกตามฐานความผิด พบว่ากลุ่มที่มีมูลค่าค่าปรับสูงที่สุดคือความผิดตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จำนวน 6 รายการ คิดเป็นค่าปรับรวม 5,313,000 บาท หรือราว 35% ของค่าปรับทั้งหมด นำโดย
- THE STANDARD WEALTH รวบรวมข้อมูลทั้ง 96 รายการ พบว่า มูลค่าค่าปรับรวมอยู่ที่ 15,096,800 บาท โดยการดำเนินการกระจายอยู่ใน 3 ช่วงเวลา ได้แก่ วันที่ 25 พฤษภาคม (14 รายการ), 30 มิถุนายน (14 รายการ) และ 6 สิงหาคม 2569 (68 รายการ)
- สารัชถ์ รัตนาวะดี ถูกปรับ 175,500 บาท รวม 38 กระทง ตามมาตรา 59 โดยขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) และถือหุ้นในบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) รวมกันเกิน 30% เมื่อ GULF
- มาตรา 59 (รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของกรรมการ/ผู้บริหารล่าช้า) 27 รายการ รวม 2,409,800 บาท
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยข้อมูลการบังคับใช้กฎหมายในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของสำนักงาน (ปรับปรุงล่าสุด 9 สิงหาคม 2569) พบรายการทั้งสิ้น 96 รายการ ทั้งหมดเป็นการดำเนินการประเภท
Summary
อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ถูกปรับรวม 121,200 บาท จำนวน 4 กระทง กระทงละ 30,300 บาท ตามมาตรา 300 ประกอบมาตรา 81 ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บล.เกียรตินาคินภัทร (KKPS) ซึ่งเป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ KKPS ในการนำส่งรายงานผลการขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงระยะสั้น แต่มิได้สั่งการหรือกระทำการตามหน้าที่ ทำให้ KKPS นำส่งรายงานล่าช้ากว่ากำหนด (7 พฤษภาคม 2567)
ค่าปรับ ‘รายงานถือครองหลักทรัพย์ล่าช้า’ มีจำนวนมากสุด
ในบรรดารายชื่อผู้ถูกดำเนินการ ปรากฏชื่อนักธุรกิจและผู้บริหารรายใหญ่ที่ตลาดคุ้นเคยหลายราย โดยทั้งหมดเป็นความผิดฐานรายงานหรือเปิดเผยข้อมูลล่าช้า ซึ่งเป็นความผิดเชิงธุรการ ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างราคา การใช้ข้อมูลภายใน หรือการฉ้อโกงแต่อย่างใด