← Back to KHAO

เงินสะพัด!จังหวัดเดียวพุ่ง 300 ล้าน ปธ.กมธ.ป.ป.ช.เผยดีเอสไอ ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่นศรีสะเกษ พบโยงเอี่ยวโควตาหลักร้อยราย

6 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

เงินสะพัด!จังหวัดเดียวพุ่ง 300 ล้าน ปธ.กมธ.ป.ป.ช.เผยดีเอสไอ ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่นศรีสะเกษ พบโยงเอี่ยวโควตาหลักร้อยราย

"ปธ.กมธ.ป.ป.ช."เผย"ดีเอสไอ"ลุยสอบ"ทุจริตสอบท้องถิ่น"ศรีสะเกษ พบโยงเอี่ยวโควตาหลักร้อยราย เงินสะพัดเฉพาะในจังหวัดพุ่ง 300 ล้านบาท เตรียมใช้เป็นโมเดลขยายผลทั่วประเทศ ย้ำผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีได้เงินคืน 20 ส.ค.นี้

Key facts

Summary

10 สิงหาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เรียกผู้ต้องหาและผู้เสียหายจากคดีเรียกรับเงินการทุจริตการสอบท้องถิ่นมาให้ปากคำ โดยในวันนี้มีผู้ต้องหามาสอบปากคำจำนวน 3 คน คือ 1.นายประยูร เดชหาญ 2.นายณัฐกฤต ไตรรัตน์ 3.นายประวิทย์ จารุรัชกุล (เฮง) และผู้เสียหาย (คนที่จ่ายเงิน) มา 1 คน คือ นายบุญร่วม วรรณวงษ์ ทั้งนี้ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ต่อมา นายอาสพลธ์ ให้สัมภาษณ์หลังการเข้าสังเกตการณ์ ว่า ก่อนหน้าที่จะมีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางเข้ามาสอบสวนในพื้นที่ ตนได้ยื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานทุกหน่วยงานที่มาชี้แจงกับ กมธ.ป.ป.ช.ที่รัฐสภา โดยบอกว่าการทุจริตไม่ได้มีแค่ 5,925 ราย แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งระดับล่างสุดที่จ่ายเงินไปแล้ว แต่สอบไม่ผ่าน ซึ่งเขาได้มาแจ้งความไว้จำนวน 19 คดี ที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเห็นเอกสารจึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ จนกระทั่งทราบว่าเป็นเรื่องจริง

ประธาน กมธ.ป.ป.ช.กล่าวว่า 19 คดีที่แจ้งความไว้ เป็นข้าราชการท้องถิ่น ระดับปลัด อบต.ระดับ ผอ. ต่างๆ วันนี้ปรากฏเป็นข่าว ผวจ.ศรีสะเกษสอบถามไปยังตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ โดยผู้ว่าฯบอกว่าจะดำเนินความผิดทางวินัยต่อ จะเห็นว่าเหตุการณ์วันนี้ไม่มีแค่ 19 คดี จากข้อมูลที่ปรากฏในวันนี้มีผู้ถูกหลอกลวงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 600 - 700 คน แสดงว่ามีผู้เสียหายอีกเป็นร้อยที่ได้รับผลกระทบ และยังไม่ได้มาแจ้งความ มีเพียงจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเชื่อว่าไม่มีจังหวัดนี้จังหวัดเดียว

Read full article at Naewna →