← Back to KHAO

WHAUP โชว์กำไร Q2 โต 276% แตะ 532 ล้าน รับยอดใช้น้ำ-ไฟฟ้าโต ลุย Direct PPA

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติ จำนวน 1,258 ล้านบาท โดยมีกำไรปกติ (Normalized Net Profit) จำนวน 502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และมีกำไรสุทธิซึ่งรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 276% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน

Key facts

Summary

นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า ในส่วนของ ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีปริมาณยอดขายที่เติบโตขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำเพื่ออุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์น้ำดิบ จากปริมาณความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้า ส่งผลให้ในไตรมาส 2 ปี 2569  มีรายได้รวมทั้งสิ้น 693 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และเมื่อรวมเป็นผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี

ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติ จำนวน 2,261 ล้านบาท โดยมีกำไรปกติ (Normalized Net Profit) จำนวน 703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และมีกำไรสุทธิซึ่งรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นของผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับปัจจัยบวกทั้งจากธุรกิจน้ำและไฟฟ้าที่เติบโตอย่างโดดเด่น

นายอัครินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภาพรวมในครึ่งปีหลังของธุรกิจไฟฟ้า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ โดยยังคงติดตามความคืบหน้าของนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด และได้เตรียมความพร้อมด้านการลงทุนเพื่อรองรับโอกาสใหม่ๆ ภายใต้แผน PDP ฉบับใหม่ รวมถึงโครงการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้า (Direct PPA) ระยะแรกจำนวน 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ขยายกำลังการผลิต และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีความต้องการใช้พลังงานสะอาดได้มากยิ่งขึ้น

Read full article at Kaohoon →