Thairath
บุกค้นพูลวิลล่าเถื่อนหัวหิน ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว ถือครองที่ดินมูลค่ากว่า 300 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"บิ๊กราญ - พล.ต.ท.นพศิลป์" นำกำลังลุยปฏิบัติ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 6" บุกค้นพูลวิลล่าเถื่อนหัวหิน พบ 33 บริษัทต้องสงสัยถือครองที่ดินแทนต่างด้าว มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท
Key facts
- วันที่ 10 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร, พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช. ภ.7, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง
- นำกำลังลุยปฏิบัติ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 6"
- พูลวิลล่าเถื่อน ในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ออกหมายจับผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 45 ราย ออกหมายเรียกคนไทย 39 ราย ออกหมายค้น ตรวจค้น 15 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 13 ราย ประกอบด้วย ชาวอังกฤษ 3 ราย, อิตาลี 1 ราย, จีน 4
- เป้าหมายในการตรวจค้นครั้งนี้ คือ โครงการบ้านเดี่ยวและพูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์น ตั้งอยู่ที่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ ราคาหลังละประมาณ 10 - 20 ล้านบาท ตรวจสอบเชิงลึกพบว่ามีนิติบุคคลใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นแทน
Summary
สำหรับภาพรวมการกวาดล้างเครือข่ายนอมินีก่อนหน้านี้ ตำรวจดำเนินการมาแล้ว 5 เฟส ครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ชลบุรี ตรวจสอบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 233 แปลง เนื้อที่กว่า 160 ไร่ มูลค่าประมาณ 2,539 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับรวม 133 หมาย และมีคดีที่ศาลพิพากษาลงโทษแล้ว 20 คดี
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร, พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช. ภ.7, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน สนธิกำลังกว่า 200 นาย เปิดปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 6"
เป้าหมายในการตรวจค้นครั้งนี้ คือ โครงการบ้านเดี่ยวและพูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์น ตั้งอยู่ที่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ ราคาหลังละประมาณ 10 - 20 ล้านบาท ตรวจสอบเชิงลึกพบว่ามีนิติบุคคลใช้นอมินีคนไทยถือหุ้นแทน เพื่อครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ในหมู่บ้านดังกล่าว จำนวน 6 บริษัท โดยโครงการเฟส 1 พบจำนวน 4 บริษัท และโครงการเฟส 2 พบจำนวน 2 บริษัท