Khaosod
แม่เลี้ยงลูกพิการ วอนคืนสิทธิบัตรคนจน งงชื่อโผล่มีที่ดิน 3 ไร่กลางเมืองนครศรีธรรมราช ค่ารถไปยังไม่มี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
แม่วัย 60 ร้องถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 3 ครั้ง ระบบตรวจพบมีชื่อถือครองที่ดินกว่า 3 ไร่ กลางเมืองนครศรีธรรมราช ยันไม่เคยมี จนท.ให้ไปติดต่อค่ารถยังไม่มี ชีวิตเดือดร้อนต้องดูแลลูกชายติดเตียง
Key facts
- วันที่ 23 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.สาคร อายุ 60 ปี พักอยู่ห้องเช่า ถนนพระยาศรีสุนทร 3 ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา กับลูกชาย อายุ 40 ปี พิการท่อนล่างจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ 20 ปีก่อน
- น.ส.สาคร เปิดเผยเรื่องนี้ว่า ต้องการเรียกร้องเรื่องสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งถูกตัดสิทธิ์มาตั้งแต่ปี 2560 รวม 3 ครั้ง เป็นเวลานานกว่า 9 ปี เนื่องจากระบบตรวจสอบพบว่ามีชื่อถือครองที่ดินในอำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช เนื้อที่ประมาณ 3
- แม้เงินช่วยเหลือจะมีเพียงเดือนละ 300 บาท ถือว่าเป็นเงินที่สำคัญกับเรามาก ปัจจุบันครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากทั้งค่าห้องเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารการกิน แผ่นรองซับของลูกชาย เครื่องมือการทำแผล ล้วนแต่เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องหาทั้งสิ้น
- แค้นต้องชำระ หนุ่มใหญ่ขับรถเจออริเก่า คว้าลูกซองสั้นยิงเข้าคอเสียชีวิต
- เสียชีวิตแล้ว กระบะหวิดชนลูกๆ‘กาย-ฮารุ’ระทึกตลาดร่มหุบ หลานยันไม่ได้ตั้งใจพิการใส่ขาเทียมกำลังไปรพ.เมียคลอดลูก
- ถูกปฏิเสธสิทธิ์ครั้งแรกปี 2560 ได้ยื่นอุทธรณ์และพยายามตรวจสอบกับกรมที่ดิน แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องเดินทางไปดำเนินการที่จ.นครศรีธรรมราช ด้วยตัวเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่น ซึ่งเราไม่สามารถเดินทางไปได้ เนื่องจากต้องดูแลลูกชายพิการติดเตียง
Summary
น.ส.สาคร เปิดเผยเรื่องนี้ว่า ต้องการเรียกร้องเรื่องสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งถูกตัดสิทธิ์มาตั้งแต่ปี 2560 รวม 3 ครั้ง เป็นเวลานานกว่า 9 ปี เนื่องจากระบบตรวจสอบพบว่ามีชื่อถือครองที่ดินในอำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่กว่า โดยข้อมูลระบุทั้งชื่อ-นามสกุลและเลขบัตรประชาชนตรงกับของตน แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีญาติพี่น้อง ไม่เคยอาศัย และไม่เคยมีทรัพย์สินใด ๆ ในจ.นครศรีธรรมราช เพราะตนเป็นคนจังหวัดลำปาง สามีเป็นชาวนครสวรรค์ ก่อนย้ายมาทำงานที่จ.ฉะเชิงเทรา
“ถูกปฏิเสธสิทธิ์ครั้งแรกปี 2560 ได้ยื่นอุทธรณ์และพยายามตรวจสอบกับกรมที่ดิน แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องเดินทางไปดำเนินการที่จ.นครศรีธรรมราช ด้วยตัวเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่น ซึ่งเราไม่สามารถเดินทางไปได้ เนื่องจากต้องดูแลลูกชายพิการติดเตียง ต้องทำแผลกดทับทุกวัน อีกทั้งไม่มีเงินสำหรับค่าเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ จึงปล่อยเรื่องเลยตามเลยไป จนมีการยื่นสิทธิ์รอบ 2 ได้ไปยื่นสิทธิ์ที่ธนาคารกรุงไทย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่คีย์ข้อมูลก็พบว่า ถือครองทรัพย์สินที่ดินอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ
น.ส.สาคร ยืนยันด้วยว่า หากที่ดินดังกล่าวเป็นของตนจริง ก็พร้อมขายเพื่อนำเงินมารักษาและดูแลครอบครัว แต่เชื่อมั่นว่าไม่เคยเป็นเจ้าของที่ดินและไม่เคยอยากได้ที่ดินที่ไม่ใช่ของเรา แต่ตนอยากได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เราควรได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง แก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และคืนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ เพราะตลอดระยะเวลากว่า 9 ปีที่ผ่านมา ต้องสูญเสียโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ทั้งที่เป็นคนไทยและมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ ขอย้ำว่า