Matichon
ภราดร ชวนหน่วยงาน เสนอใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน หลังไม่ขัดรธน. โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ภราดร แจงหลัง พ.ร.ก.กู้เงิน ไม่ขัดรธน.จากนี้หน่วยงานเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานใช้เงินกู้ได้ เผยเงินกู้ 4 แสนล้าน ใช้แล้ว 1.7 แสนล้าน รอ ก.คลังประเมินสถานการณ์คลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
Key facts
- นายภราดร กล่าวอีกว่า ในเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ขณะนี้ ใช้วงเงินไปแล้วราว 170,000 ล้านบาทในการเยียวยาเศรษฐกิจ ซึ่งในวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาทนี้ รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องใช้เต็มวงเงินก็ได้ แต่สามารถดำเนินการใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นสุดปี 2570
- ภราดร แจงหลัง พ.ร.ก.กู้เงิน ไม่ขัดรธน.จากนี้หน่วยงานเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานใช้เงินกู้ได้ เผยเงินกู้ 4 แสนล้าน ใช้แล้ว 1.7 แสนล้าน รอ ก.คลังประเมินสถานการณ์คลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- เมื่อถามว่าโครงการต่างๆ ที่หน่วยงานเสนอจะซ้ำซ้อนกับโครงการต่างๆ ที่ใช้งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 ที่ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของสภาฯหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า จะต้องไม่ซ้ำซ้อน และสามารถตรวจสอบได้ โดยนำโครงการที่ปรากฏในงบประมาณรายจ่าย
- เช่น โครงการสนับสนุนด้านดอกเบี้ย หรือช่วยเงินดาวน์ให้กับประชาชน อย่างกระทรวงคมนาคม ได้เสนอโครงการช่วยเงินดาวน์สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ รถตู้ หรือรถขนส่งสาธารณะ ในการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะ ไปสู่พลังงานแบบ EV หรือกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
Summary
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า หลังจากนี้ หน่วยงานต่างๆ จะต้องเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาว ซึ่งแนวทางเบื้องต้น จะต้องเป็นโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง
เช่น โครงการสนับสนุนด้านดอกเบี้ย หรือช่วยเงินดาวน์ให้กับประชาชน อย่างกระทรวงคมนาคม ได้เสนอโครงการช่วยเงินดาวน์สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ รถตู้ หรือรถขนส่งสาธารณะ ในการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะ ไปสู่พลังงานแบบ EV หรือกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะสนับสนุนเงินดาวน์ให้กับประชาชน ที่ต้องการทำหลังคาโซลาร์ลูฟท็อป เป็นต้น
นายภราดร กล่าวว่า โดยแต่ละหน่วยงาน จะเสนอโครงการเข้ามา และจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ส่วนคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการนั้น จะมีปลัดกระทรวงการคลัง, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ และกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะมาทำหน้าที่กลั่นกรองโครงการว่า โครงการใดผ่าน หรือโครงการใด ควรมีการปรับปรุง หรือแก้ไข