← Back to KHAO

340 ปีไทย-ฝรั่งเศส สานต่อมิตรภาพและความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ บนกระดานภูมิรัฐศาสตร์โลกยุคใหม่

12 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

The Secret Sauce Summit 2026

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ (State Visit) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน ถึงวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยและฝรั่งเศส โดยถือเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ที่ 3 ที่เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ

Key facts

Summary

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ (State Visit) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน ถึงวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยและฝรั่งเศส โดยถือเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ที่ 3 ที่เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ

ฝรั่งเศสยินดีในหลวงเสด็จฯ เยือนเป็นประเทศแรกในยุโรป สะท้อนความเป็น ‘มหามิตร’

การเสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 340 ปี การติดต่อสัมพันธ์ครั้งแรกระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2568 และ 170 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส ปี พ.ศ. 2569 โดยเป็นการสืบสานและต่อยอดสัมพันธไมตรีอันมั่นคงและยาวนาน ระหว่างทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และนับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสในรอบหลายทศวรรษ

นักการทูตและผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส มองการเสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งนี้ ว่าไม่ใช่ ‘เรื่องบังเอิญ’ หรือเป็นเพียงพิธีการทางการทูต หากแต่เป็นผลลัพธ์ของการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และการเตรียมงานอย่างละเอียดที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อยกระดับความร่วมมือและเสริมสร้างผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และระเบียบโลกที่กำลังผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจากความขัดแย้ง

Read full article at The Standard →