iLaw
ศาลรัฐธรรมนูญเคาะ พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท แก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องเร่งส่งให้ สส. – สว. โหวตอนุมัติต่อไป
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หนึ่งเดือนหลังรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน โดยการกู้เงินจะเป็นเงินบาท เงินตราต่างประเทศ หรือออกตราสารหนี้ และต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
Key facts
- ในการออกกฎหมาย ส่งผลให้ต่อมาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน 133 คน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ขัดต่อเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ เนื่องจากเงื่อนไขในการตราพระราชกำหนด
- วัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ศาลรัฐธรรมนูยมีมติ “เอกฉันทร์” ว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
- 9 กรกฎาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยประเด็นว่า พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ที่กำหนดว่าวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกู้ไว้ในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) ว่า เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ
- หนึ่งเดือนหลังรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
- ของการออกกฎหมาย โดยทั่วไปแล้วกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ จะตราผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่มาจากการเลือกตั้ง และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มาจากการเลือกกันเอง แต่พระราชกำหนด
- เงื่อนไขการตราตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 172 วรรคหนึ่ง กำหนดวัตถุประสงค์ในการตราว่า ต้องเป็นกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ และในวรรคสอง
Summary
จากกรณีที่คณะรัฐมนตรีอาศัย “ข้อยกเว้น” ในการออกกฎหมาย ส่งผลให้ต่อมาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน 133 คน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ขัดต่อเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ เนื่องจากเงื่อนไขในการตราพระราชกำหนด จะต้องเป็นกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ
9 กรกฎาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยประเด็นว่า พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ที่กำหนดว่าวัตถุประสงค์ของการใช้เงินกู้ไว้ในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) ว่า เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
กระบวนการดังกล่าว ยังไม่ใช่การตัดสินใจใน “ขั้นตอนสุดท้าย” เพราะยังเหลือขั้นตอนอนุมัติพระราชกำหนดโดยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ตามลำดับ ซึ่งหากสภาผู้แทนราษฎรไม่อนุมัติ พระราชกำหนดนั้นจะตกไป ไม่มีผลบังคับใช้เป็นพระราชบัญญัติต่อไป แต่หากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ก็จะมีผลใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติต่อไป ซึ่งหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติแล้ว ทางคณะรัฐมนตรีต้องเร่งเสนอพ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณาโดยเร็ว