Naewna
คำพิพากษาคดีกำพล จุดเริ่มต้นของบรรทัดฐานคดีฮั้วเลือก สว. แบบเครือข่ายจัดตั้ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
10 กรกฎาคม 2569 วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โฑสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คำพิพากษาคดี "กำพล" : จุดเริ่มต้นของบรรทัดฐานคดี "ฮั้วเลือก สว." แบบเครือข่ายจัดตั้ง
Key facts
- ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี
- พยานหลักฐานดิจิทัลมีน้ำหนักไม่แพ้ประจักษ์พยาน: การทุจริตเลือกตั้งในยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องจับให้ได้คาหนังคาเขาพร้อมธนบัตรเสมอไป แต่สามารถอาศัยพยานหลักฐานดิจิทัล (Digital Evidence) เช่น คลิปเสียง, ข้อความแชท และข้อมูลการโทร (Data Log) มาประกอบกันเพื่อพิสูจน์ความผิดได้
- เปิดประตูรับฟังพยานซัดทอดที่ถูกกันไว้เป็นพยานอย่างเป็นระบบ: หาก กกต. ใช้อำนาจกันพยานอย่างถูกต้อง และพยานคนนั้นให้ข้อมูลที่สอดรับกับหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ ศาลก็พร้อมจะรับฟังเพื่อลากคัวผู้บงการมาลงโทษ
- ศาลพร้อมมอง "ภาพรวม" (The Big Picture): ศาลจะไม่ตัดตอนพิจารณาเหตุการณ์แยกเป็นส่วน ๆ แต่ศาลพร้อมพิจารณาพฤติการณ์ทั้งหมดตั้งแต่การตระเตรียมการ, การสนับสนุนเงิน, ไปจนถึงกระบวนการสั่งลงคะแนน ว่าเป็น "แผนการเดียวกันที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน" แม้จะเกิดขึ้นก่อนการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งก็ตาม
- กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชัง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
- (Organized Election-Rigging Scheme) มิใช่เพียงการตกลงแลกคะแนนกันเป็นรายคู่หรือรายกลุ่มย่อยแบบธรรมดา ๆ
Summary
คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง (คดีหมายเลขดำที่ ลต สว. 19/2568 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว. 66/2569) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ดูเผิน ๆ อาจเป็นเพียงคดีที่ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านเป็นเวลา 10 ปี แต่ในมุมของนักกฎหมาย คำพิพากษาฉบับนี้มีความสำคัญและทรงคุณค่ามากกว่านั้นเยอะมากครับ! เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่า ศาลพร้อมจะรับฟังข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีลักษณะเป็น "เครือข่ายจัดตั้ง"
ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่า นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์ เป็นผู้วางแผนและมอบหมายให้ นายชาลี เจริญสุข ไปจัดหาบุคคลมาสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาในหลายกลุ่มอาชีพ ทั่วทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมทั้งสนับสนุนเงินให้ผู้สมัครคนละ 4,500 บาท เพื่อให้มาสมัครและลงคะแนนเลือกผู้สมัครตามที่นายกำพลกำหนดไว้ล่วงหน้า
เมื่อนำข้อเท็จจริงและจิ๊กซอว์ทั้งหมดมาพิจารณาประกอบกัน ศาลจึงเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวมิใช่เพียงการแลกคะแนนแบบบังเอิญ หากเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบเพื่อกำหนดผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเอาไว้ล่วงหน้า