Post Today
กรณ์ ชวนทบทวนลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ คุ้มหรือไม่กับทรัพยากรไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรณ์ จาติกวณิช ตั้งคำถามความคุ้มค่าการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท ชี้ไทยต้องชั่งน้ำหนักผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับผลกระทบด้านไฟฟ้า น้ำ สิ่งแวดล้อม และการจ้างงาน
Key facts
- ในทางกลับกัน ประเทศไทยยังคงใช้มาตรการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร การอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้เต็ม 100% รวมถึงสิทธิถือครองที่ดินในบางกรณี
- อีกประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าและน้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ รายงานของ International Energy Agency (IEA) คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะใช้ไฟฟ้าราว 945
- ด้านการใช้น้ำ บทวิเคราะห์ตลาดหลายแห่งประเมินว่า ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกใช้น้ำเพื่อระบบหล่อเย็นรวมกันประมาณ 3 ล้านล้านลิตรต่อปี และอาจเพิ่มขึ้นเกิน 5 ล้านล้านลิตรภายในทศวรรษหน้า ขณะที่ข้อมูลขององค์การสหประชาชาติระบุว่า
- กรณ์ระบุว่า ประเทศไทยไม่ควรพิจารณาเฉพาะเม็ดเงินลงทุนเท่านั้น แต่ต้องประเมินความคุ้มค่าในภาพรวม ทั้งผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนผลกระทบต่อทรัพยากรของประเทศ
Summary
ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นธุรกิจที่ต้องใช้ทรัพยากรสำคัญของประเทศในปริมาณมาก โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าและน้ำ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านทรัพยากรของไทยในระยะยาว
"กรณ์ จาติกวณิช" ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์มีมูลค่ามหาศาล แต่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่กระจายสู่คนไทยอาจไม่คุ้มค่า เนื่องจากการจ้างงานมีจำนวนน้อย กำไรส่วนใหญ่ถูกส่งกลับบริษัทแม่ และเทคโนโลยีหลักต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
อีกประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าและน้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ รายงานของ International Energy Agency (IEA) คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะใช้ไฟฟ้าราว 945 เทราวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือประมาณ 3% ของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากประมาณ 415 เทราวัตต์ชั่วโมง หรือราว 1.5% ในปี 2024