Post Today
เปิด3ทางศาลรธน.ชี้ชะตาพ.ร.ก.กู้4แสนล้าน วัดอำนาจฉุกเฉินอนุทิน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดพ.ร.ก.กู้4แสนล้าน เปิด3แนวทางคำวินิจฉัย วัดขอบเขตอำนาจฉุกเฉินรัฐบาลอนุทิน กระทบเศรษฐกิจ พลังงาน และความเชื่อมั่น
Key facts
- วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติคำวินิจฉัย กรณีพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
- ไม่ว่าผลจะออกมาในทางใด แรงสะเทือนย่อมส่งต่อถึงนโยบายพลังงาน ภาระหนี้สาธารณะ ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ และเสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทฉบับนี้
- คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจาก สส. 133 คน ยื่นคำร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การตราพ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่ โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่คำถามว่า รัฐบาลมีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ในการออกกฎหมายฉุกเฉิน
- ฝ่ายรัฐบาลยังแสดงความมั่นใจว่า การออกพ.ร.ก.ฉบับนี้ดำเนินการตามกรอบกฎหมาย โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตาในบทบาทด้านข้อกฎหมายของรัฐบาล ขณะเดียวกันฝ่ายค้านและภาคเอกชนยังรอดูว่า
Summary
ผลคำวินิจฉัยจะกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการใช้อำนาจบริหาร และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพรัฐบาล นโยบายพลังงาน และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติคำวินิจฉัย กรณีพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยคดีนี้ถูกจับตาอย่างสูง เพราะไม่ใช่เพียงการชี้ชะตากฎหมายเงินกู้วงเงินมหาศาล แต่ยังเป็นการวัดขอบเขตการใช้อำนาจฉุกเฉินของรัฐบาลอนุทินโดยตรง
มีการคาดการณ์แนวทางคำวินิจฉัยไว้ 3 ทาง คือ 1) พ.ร.ก. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ 2) พ.ร.ก. ขัดรัฐธรรมนูญและตกไปทั้งฉบับ หรือ 3) ขัดรัฐธรรมนูญบางส่วน