Komchadluek
แถลง ผลปฏิบัติการ ”ถอดเกล็ดมังกร“ เอี่ยว จนท.รัฐ-รพ. รอขยายผลต่อ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันที่ 9 กรกฏาคม 2569 กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 เวลา 15:45 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีกรมการปกครอง, นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ, นายสุภาพ สิริ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1 และนายอภินันท์ นวลสุวรรณ์
Key facts
- นายพลพีร์ระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และทุนสีเทา ซึ่งพบว่ามีการใช้ช่องโหว่ด้านทะเบียนราษฎรและสัญชาติไทยเป็นเครื่องมือหลบซ่อนตัวตนและเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน
- พลตำรวจเอก สำราญ เปิดเผยถึงการปฎิบัติการทลายเครือข่ายพ่อทิพย์ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการร่วมกับกรทการปกครอง โดยได้มีการขอหม่ยจับทั้งหมด 40 หมาย ฃ ขอหมายค้น 53 หมาย ซึ่งเป็นการค้นเพื่อตรวจ DNA 32 หมาย และค้นเพื่อจับกุม 21 หมาย
- นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ทางกรมการปกครองได้มีหนังสือแจ้งสั่งการไปทั้วประเทศ ทั้งสำนักเบียน 878 อำเภอ และสำนักทะเบียนท้องถิ่นทั้งหมด ในกรณีของการแจ้งเกิดลูกที่เกิดกับพ่อหรือแม่ที่เป็นต่างชาติ
- ในส่วนของข้อมูลทางการเงินจะมีการขยายผลใช้มาตรการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ในการริบทรัพย์สินของเครือข่ายแก๊งดังกล่าว
Summary
นายพลพีร์ระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และทุนสีเทา ซึ่งพบว่ามีการใช้ช่องโหว่ด้านทะเบียนราษฎรและสัญชาติไทยเป็นเครื่องมือหลบซ่อนตัวตนและเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน ซึ่งรูปแบบใหม่ที่พบคือ การจ้างคนไทย “สมรสเท็จ” หรือ “รับรองเท็จ” เพื่อให้ลูกของคนต่างด้าวได้สัญชาติไทย ส่งผลกระทบทั้งสิทธิของคนไทย เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ
จึงเกิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” บูรณาการหลายหน่วยงาน เข้าปราบปรามและจับกุมเครือข่ายจำนวนมาก พร้อมเดินหน้าสืบสวนต่อ รวมถึงตรวจสอบการใช้ช่องทางออนไลน์ ยืนยันดำเนินคดีทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแบบไม่เลือกปฏิบัติ แม้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชน และจะขยายผลจนถึงต้นตอ แม้ภารกิจยังไม่จบ แต่จะเดินหน้าต่อเนื่องจนกวาดล้างให้ได้มากที่สุด
สำหรับกรณี นายประจวบ ศิริเขต หนึ่งในผู้ถือหุ้น 10 เปอร์เซน และเป็นกรรมการ ของ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ ซึ่งนานประจวบให้การปฎิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจ DNA พบว่าผล DNA ยืนยันว่าตัวนายประจวบเองไม่ใช่พ่อ และทราบว่า หากเจ้าหน้าที่มีหมายจับแล้ว นายประจวบจะเดินทางไปพร้อมทนายที่ สน.นี่เรือ